พ.ต.อ.ทวี-บังยี ติวเข้มปัตตานี เอฟซี คว้าชัยกู้ศรัทธา 2-1
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และ วรวีร์ มะกูดี ลงพื้นที่สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา ให้กำลังใจปัตตานี เอฟซี ชนะราษีไศล ยูไนเต็ด 2-1 เมื่อ 31 ต.ค. 69

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- พ.ต.อ.ทวี และ วรวีร์ ติวเข้มปัตตานี เอฟซี ที่ จ.สงขลา
- ปัตตานี เอฟซี ชนะ ราษีไศล ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 2-1 เมื่อ 31 ต.ค. 69
- ชี้ฟุตบอลใต้คือลมหายใจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น
- เน้นย้ำความจำเป็นในการเร่งแก้ปัญหาสนามซ้อมเพื่อพัฒนาทีม
เมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา บรรยากาศวงการลูกหนังแดนใต้คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อคณะแกนนำพรรคประชาชาติ นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย นายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตกรรมการบริหารสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และอดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คนที่ 16 ได้เดินทางมาพบปะและให้กำลังใจทัพนักกีฬา
ก่อนที่การแข่งขันในคู่สำคัญระหว่างสโมสรปัตตานี เอฟซี และสโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด จากจังหวัดศรีสะเกษจะเริ่มขึ้น แกนนำพรรคประชาชาติได้เข้าไปพูดคุยอย่างใกล้ชิดในห้องพักนักกีฬา เพื่อติวเข้มและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้เล่นทุกคน โดยมองว่ากีฬาฟุตบอลในพื้นที่ภาคใต้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกมการแข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่เปรียบเสมือนลมหายใจและศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นมิติทางเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นด้วย
สำหรับการแข่งขันนัดดังกล่าว ผลปรากฏว่าทัพนักเตะปัตตานี เอฟซี สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและเฉือนเอาชนะสโมสรราษีไศล ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ 2-1 ท่ามกลางเสียงเชียร์และความดีใจอย่างท่วมท้นของแฟนบอลที่เดินทางมาร่วมให้กำลังใจถึงขอบสนาม ซึ่งชัยชนะในครั้งนี้ถือเป็นการกู้ศรัทธาและสร้างความสุขให้กับพี่น้องแฟนบอลในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
"เป็นมากกว่าบอล แต่คือลมหายใจ 14 จว.ใต้"
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง และ วรวีร์ มะกูดี

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การลงพื้นที่ของนักการเมืองระดับนำเพื่อสนับสนุนสโมสรฟุตบอลภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ Soft Power ด้านกีฬาเพื่อเชื่อม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ใกล้เคียงเข้ากับความหวังทางเศรษฐกิจและสังคม การที่อดีตผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่าอย่างวรวีร์ มะกูดีเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ช่วยให้เห็นมุมมองเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งผลักดัน ทั้งเรื่องมาตรฐานสนามแข่งขันและการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อให้สโมสรท้องถิ่นเติบโตได้อย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความสำเร็จในเกมการแข่งขัน ทางคณะผู้บริหารพรรคประชาชาติได้เน้นย้ำประเด็นปัญหาสำคัญที่ภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือ นั่นคือการแก้ไขปัญหาสนามฝึกซ้อมของสโมสร ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาในระยะยาว หากมีการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้อย่างจริงจัง ก็จะช่วยยกระดับมาตรฐานฟุตบอลท้องถิ่นและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจชุมชนได้ดียิ่งขึ้น
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น