ProofReceipt เปิดตัว Verify Endpoint แก้ปัญหาไฟล์ไม่ถึงมือลูกค้า
ProofReceipt เปิดตัว verify endpoint ใหม่ ช่วยพิสูจน์การส่งไฟล์ด้วย SHA-256 และระบบชำระเงินผ่าน x402 บน Base Sepolia พร้อมรองรับ AI agents แล้ววันนี้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ProofReceipt เปิดตัว verify endpoint สำหรับตรวจสอบใบเสร็จรับเงินและไฟล์ดิจิทัล
- ใช้การแฮชไฟล์ด้วย SHA-256 ป้องกันการปลอมแปลง ตรวจสอบได้แม้เปลี่ยนเพียงตัวอักษรเดียว
- ระบบชำระเงินทำงานผ่าน x402 คิดค่าบริการ 0.5% ของยอดใบแจ้งหนี้ ขั้นต่ำ 1 เซนต์ ไม่มีค่าสมาชิกรายเดือน
- ปัจจุบันรันบนเครือข่ายทดสอบ Base Sepolia เหมาะสำหรับมาร์เก็ตเพลส บริการ Escrow และ AI agents
ปัญหาคลาสสิกของคนทำงานฟรีล้านและนักพัฒนาซอฟต์แวร์คือการโต้เถียงกับลูกค้าเรื่องไฟล์งาน โดยฝั่งผู้ส่งยืนยันว่าส่งงานแล้วเมื่อวันอังคาร แต่ฝั่งลูกค้ากลับอ้างว่าโฟลเดอร์ว่างเปล่า เวอร์ชันผิด หรือไม่มีไฟล์ส่งมาเลย ปัญหานี้มักไม่มีกรรมการตัดสินนอกจากกล่องจดหมายของทั้งสองฝ่ายและเงินค่าจ้างที่ค้างอยู่ตรงกลาง
แอปพลิเคชัน ProofReceipt ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ เมื่อผู้ใช้ส่งมอบงาน ตัวแอปจะทำการแฮชไฟล์ด้วยอัลกอริทึม SHA-256 และออกใบเสร็จที่ผูกไฟล์นั้นเข้ากับช่วงเวลานั้นๆ ทันที หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแม้แต่ตัวอักษรเดียว รหัสแฮชก็จะเปลี่ยนไปทันที ซึ่งคณิตศาสตร์ไม่อาจโกหกหรือเถียงแทนใครได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ล่าสุด ผู้พัฒนาได้ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ต่อยอดจากแอปพลิเคชันเดิม นั่นคือ verify endpoint ที่เปิดให้ซอฟต์แวร์ตัวอื่นสามารถเรียกใช้งานได้ โดยระบบนี้ถูกวางไว้ที่ https://proofreceipt-verify.netlify.app และทำหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือรับใบเสร็จและยอดเงินในใบแจ้งหนี้ แล้วส่งคำตอบกลับมาเป็นคำว่า MATCH หรือ MISMATCH พร้อมระบุจุดที่ตรวจสอบไม่ผ่าน
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือระบบการชำระเงินที่เลือกใช้โปรโตคอล x402 ทำให้ไม่ต้องมีบัญชี ไม่ต้องมีแดชบอร์ด API key และไม่มีแพ็กเกจรายเดือน หากส่งคำขอเข้ามาโดยยังไม่จ่ายเงิน ระบบจะตอบกลับด้วยรหัส HTTP 402 พร้อมแนบราคามาด้วย คือ 0.5% ของยอดในใบเสร็จโดยมีขั้นต่ำที่ 1 เซนต์ ตัวอย่างเช่น ใบแจ้งหนี้ราคา 25 ดอลลาร์ จะมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ 12.5 เซนต์ เมื่อชำระเงินและส่งคำขอใหม่อีกครั้ง ระบบก็จะแสดงผลลัพธ์การตรวจสอบทันที
"One character changed, one cent changed — it catches both, because I tested exactly those two cases until they failed loudly."
Nenzy Brown
การนำโปรโตคอล x402 มาใช้ร่วมกับการแฮชไฟล์ผ่าน SHA-256 ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้างระบบ Micro-transaction สำหรับ API โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบสมาชิกแบบเดิม ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในการพัฒนาและเปิดทางให้ระบบอัตโนมัติสามารถทำธุรกรรมระหว่างกันได้อย่างอิสระ
ในปัจจุบัน ระบบดังกล่าวกำลังรันอยู่ในโหมดทดสอบบนเครือข่าย Base Sepolia ระหว่างที่กำลังจัดการคีย์สำหรับ Mainnet โดยผู้พัฒนาได้ระบุชัดเจนว่าโหมดทดสอบนี้ใช้เงินทดสอบ แต่ตัว endpoint สามารถใช้งานจริงได้ คำท้าทายจากระบบ 402 เป็นของจริง และผลลัพธ์การตรวจสอบก็เป็นของจริงเช่นกัน ส่วนการชำระเงินบน Mainnet ยังไม่เปิดให้บริการในขณะนี้
กลุ่มเป้าหมายหลักของบริการนี้มีอยู่สองกลุ่ม ได้แก่ แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสและระบบ Escrow ที่ต้องการตรวจสอบการส่งมอบงานภายในระบบของตนเองโดยไม่ต้องพาผู้ใช้งานออกไปหน้าเว็บไซต์อื่น และกลุ่มที่สองคือ AI agents ซึ่งเป็น AI ที่ทำงานแทนมนุษย์และไม่สามารถโต้เถียงกับลูกค้าในช่องทางสนทนาได้ การใช้ใบเสร็จแฮชไฟล์ร่วมกับ verify endpoint แบบอ่านด้วยเครื่องจักรได้ จึงเป็นหลักฐานกระดาษดิจิทัลที่ดีที่สุดสำหรับ AI
สำหรับตัวแอปพลิเคชันหลักยังคงใช้งานได้ที่ https://proofreceipt.netlify.app สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างใบเสร็จด้วยตนเอง โดยเปิดให้ทดลองใช้ฟรีและยังไม่มีรายได้ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ทดลองทดสอบกรณีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลด้วยตนเอง เช่น การลองเปลี่ยนเครื่องหมายจุดในไฟล์ข้อความแล้วดูผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไป
ที่มา: Dev.to
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น