จอห์น ฮีลีย์ เสี่ยงผิดคำสัญญาค่าแรงขั้นต่ำคนรุ่นใหม่
รัฐมนตรีคลัง จอห์น ฮีลีย์ เปรยแผนปรับเท่าเทียมค่าแรงขั้นต่ำคนอายุ 18-20 ปีอาจล่าช้ากว่ากำหนดก่อนเลือกตั้งครั้งหน้า ท่ามกลางเสียงวิจารณ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- จอห์น ฮีลีย์ เปรยแผนปรับเท่าเทียมค่าแรงคนรุ่นใหม่อาจไม่ทันก่อนเลือกตั้ง
- ค่าแรงขั้นต่ำอายุ 18-20 ปี จะอยู่ที่ £11.27 ในปี 2026 ส่วนผู้มีอายุเกิน 20 ปีรับ £13.21 ต่อ ชั่วโมง
- รัฐบาลพยายามชั่งน้ำหนักระหว่างการจ้างงานและระดับค่าจ้างเพื่อช่วยเยาวชน
- สถาบันเพื่อการศึกษาทางการคลัง (IFS) ตั้งคำถามต่อแผนการตัดลดงบประมาณภาครัฐ
รัฐมนตรีคลัง จอห์น ฮีลีย์ ได้ออกมาส่งสัญญาณว่าคนงานกลุ่มอายุ 18 ถึง 20 ปีอาจจะไม่ได้รับอัตราค่าแรงขั้นต่ำเท่าเทียมกับกลุ่มอายุอื่นทันก่อนการเลือกตั้งครั้งถัดไป ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวอาจส่งผลให้รัฐบาลพรรคแรงงานเสี่ยงต่อการผิดสัญญาที่เคยให้ไว้ในแถลงการณ์หาเสียง
ย้อนกลับไปในปี 2024 พรรคแรงงานเคยประกาศเจตนารมณ์ไว้อย่างชัดเจนว่าจะยกเลิกช่วงอายุที่มีการเลือกปฏิบัติ และให้คำมั่นว่าจะปิดช่องว่างระหว่างค่าแรงขั้นต่ำสำหรับผู้ใหญ่กับอัตราค่าจ้างของกลุ่มคนอายุ 18 ถึง 20 ปีให้หมดไปอย่างสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม ในงบประมาณที่ประกาศออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ฮีลีย์ระบุว่ากลุ่มคนงานอายุน้อยจะได้รับอัตราการปรับขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากันกับกลุ่มคนที่มีอายุมากกว่าเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้ช่องว่างระหว่างอัตราค่าจ้างทั้งสองกลุ่มยังคงดำรงอยู่ต่อไปในปีนี้ โดยกำหนดการระบุว่าในปี 2026 ค่าแรงของเยาวชนอายุ 18 ถึง 20 ปีจะขยับขึ้นมาอยู่ที่ £11.27 ต่อชั่วโมง ขณะที่ผู้ที่มีอายุเกิน 20 ปีจะได้รับค่าจ้างขั้นต่ำไม่น้อยกว่า £13.21 ต่อชั่วโมง
"One step at a time"
John Healey
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในรายการทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี ฮีลีย์ถูกซักถามประเด็นความชัดเจนว่าแรงงานกลุ่มอายุน้อยจะได้รับค่าจ้างเท่ากับกลุ่มอื่นภายในช่วงเวลาของการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจุดยืนนี้คาดว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มสหภาพแรงงานรวมถึงสมาชิกพรรคฝ่ายซ้ายบางส่วนอย่างแน่นอน
ประเด็นเรื่องค่าแรงขั้นต่ำและความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจมักเป็นโจทย์ยากของรัฐบาลพรรคแรงงานอังกฤษ เนื่องจากต้องรักษาสสมดุลระหว่างสิทธิของลูกจ้างในการได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม กับความกังวลของภาคธุรกิจว่าต้นทุนแรงงานที่สูงเกินไปอาจทำให้ผู้ประกอบการลังเลที่จะจ้างงานเยาวชนที่ยังไม่มีประสบการณ์ การชะลอการปรับขึ้นจึงสะท้อนถึงการประเมินความเสี่ยงด้านการว่างงานในกลุ่มเปราะบาง
ฮีลีย์ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าพรรคแรงงานยังคงยึดมั่นในเป้าหมายดังกล่าว แต่ยอมรับเป็นนัยว่าแผนการปรับเท่าเทียมกันนี้อาจต้องเลื่อนออกไป โดยมีส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการจูงใจให้ภาคธุรกิจเปิดรับแรงงานรุ่นใหม่เข้าทำงานมากขึ้น และพยายามระมัดระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
นอกเหนือจากเรื่องค่าแรงแล้ว รัฐมนตรีคลังยังได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการตัดลดงบประมาณรายจ่ายในบางภาคส่วนของภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมและลดปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศ โดยมีสถาบันเพื่อการศึกษาทางการคลัง (IFS) ออกมาตั้งข้อสงสัยถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินนโยบายดังกล่าว
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น