พม. ยกผลงาน เศรษฐา-แพทองธาร ดันสมรสเท่าเทียมสำเร็จ
กระทรวง พม. เผยความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียมบนเวที InterPride 2026 ที่ภูเก็ต ชูผลงานสองอดีตนายกฯ สร้างหมุดหมายประวัติศาสตร์ไทย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กระทรวง พม. ร่วมงาน InterPride 2026 ฉลองครบรอบ 1 ปี สมรสเท่าเทียม
- ยกย่องความมุ่งมั่นของนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร
- ไทยขึ้นแท่นประเทศแรกในอาเซียนที่รับรองสิทธิความหลากหลายทางเพศ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับโลก InterPride 2026 โดยยกย่องบทบาทของนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สองอดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้นำขับเคลื่อนกฎหมายสมรสเท่าเทียมจนประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่พลิกโฉมหน้าสังคมไทยไปตลอดกาล
นายเอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เดินทางเข้าร่วมงานประชุมระดับโลก InterPride 2026 ณ จังหวัดภูเก็ต โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1 ปี การบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย ผ่านการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างสถานกงสุลใหญ่ออสเตรเลียประจำภูเก็ต และมูลนิธิแอ็พคอม ซึ่งจัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569

ภาพโดย topcools tee / Unsplash
ในงานดังกล่าว นายเอนกชัย ได้กล่าวปาฐกถาเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของผู้นำรัฐบาลที่ผ่านมา โดยระบุว่าความสำเร็จของกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจจริงของนายเศรษฐา ทวีสิน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่มีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า ความรักของประชาชนทุกคนควรได้รับการปกป้องและรับรองทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีข้อยกเว้นเรื่องเพศ
การผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญที่ไม่เพียงแต่เปลี่ยนผ่านทางกฎหมาย แต่ยังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล การที่ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วยดึงดูดการท่องเที่ยวกลุ่ม LGBTQIA+ และสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนหันมาทบทวนเรื่องสิทธิความเท่าเทียมกันมากขึ้น
ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ส่งผลให้ประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็นประเทศแรกในกลุ่มประชาคมอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ในทวีปเอเชีย ที่เปิดกว้างให้มีการจดทะเบียนสมรสสำหรับกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศอย่างสมบูรณ์แบบ โดยกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในรัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2568 เป็นต้นมา
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น