พิษสงครามตะวันออกกลางทำ IndiGo ขาดทุนยับแม้ราคาตั๋วพุ่ง
สายการบิน IndiGo ของอินเดียพลิกขาดทุนในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 แม้จะปรับขึ้นค่าโดยสารและรายได้ต่อหน่วยจะเติบโตสูง แต่เผชิญแรงกระแทกจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งกระฉูด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- IndiGo พลิกขาดทุนสุทธิ 2.4 พันล้านรูปีในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027
- ต้นทุนเชื้อเพลิงต่อที่นั่งกิโลเมตรพุ่งสูงขึ้นราว 80% จากปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง
- สายการบินปรับขึ้นราคาตั๋วและผลักดันรายได้ต่อหน่วยเพิ่มขึ้นกว่า 21.3% เพื่อรับมือ
- เดินหน้าแผนระยะยาวด้วยดีลเครื่องยนต์ CFM LEAP-1A กว่า 1,000 เครื่องและเป้าหมายระหว่างประเทศ
อุตสาหกรรมการบินต้องเผชิญกับบททดสอบอันโหดร้ายอีกครั้ง เมื่อสายการบินยักษ์ใหญ่ของอินเดียอย่าง IndiGo รายงานผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 โดยพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 2.4 พันล้านรูปี หรือประมาณ 24.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับกำไรสุทธิ 21.8 พันล้านรูปี หรือราว 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
เการัฟ เนกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในสายการประชุมผลประกอบการ โดยระบุว่าความตึงเครียดระลอกใหม่ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้เข้ามาทำลายความพยายามของสายการบินในการรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงต่อที่นั่งกิโลเมตรที่ทะยานขึ้นถึงประมาณ 80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งปัจจัยนี้ได้ตัดทอนความสามารถในการทำกำไรขั้นพื้นฐานของสายการบินลงเกือบครึ่งหนึ่ง
ความท้าทายที่ IndiGo เผชิญสะท้อนให้เห็นเปราะบางของสายการบินต้นทุนต่ำต่อปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางบินในตะวันออกกลางและการปิดน่านฟ้า การที่สายการบินต้องเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผันผวนประกอบกับการสิ้นสุดมาตรการตรึงราคาในประเทศ ทำให้โมเดลธุรกิจต้องพึ่งพาการปรับขึ้นราคาตั๋วอย่างหนักหน่วงเพื่อความอยู่รอด

แม้ว่าสถานการณ์ต้นทุนจะกดดันอย่างหนัก แต่ทางสายการบินก็พยายามต่อสู้ด้วยการปรับราคาตั๋วโดยสารให้สูงขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้ผลตอบแทนต่อตั๋วหรือ yields เพิ่มขึ้นถึง 21.3% เมื่อเทียบรายปี และผู้บริหารยังคาดการณ์ว่าการเติบโตของรายได้ต่อหน่วยในไตรมาสปัจจุบันจะพุ่งสูงกว่า 25% ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงปกคลุมผลประกอบการในไตรมาสที่สอง เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง รวมถึงการหมดอายุของมาตรการจำกัดการขึ้นราคาเชื้อเพลิงภายในประเทศจากรัฐบาลอินเดีย ทำให้การบริหารจัดการต้นทุนมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ทางบริษัทจึงต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัด เช่น การชะลอการปรับขึ้นเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูง และตรึงกำลังการผลิตในไตรมาสเดือนกันยายนนี้ไว้ในระดับเดิม
ในมิติของการเติบโตระยะยาว IndiGo ยังคงเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์อย่างไม่ย่อท้อ โดยได้ลงนามในข้อตกลงจัดซื้อเครื่องยนต์ CFM LEAP-1A มากกว่า 1,000 เครื่อง พร้อมทั้งยังคงเป้าหมายที่จะขยายสัดส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศให้แตะระดับ 40% ภายในปี 2030
ที่มา: Skift
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น