Renoa เส้นใยสังเคราะห์ใหม่รอบ 25 ปี ทางเลือกแทนแคชเมียร์
ทำความรู้จัก Renoa เส้นใยใหม่ตัวแรกในรอบ 25 ปีจากสตาร์ทอัพ Everbloom ทำจากวัสดุเหลือทิ้ง ซักเครื่องได้ ทนทาน และเตรียมวางขายจริง Q2 ปี 2027

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Everbloom พัฒนา Renoa เส้นใยทางเลือกใหม่ตัวแรกในรอบ 25 ปี
- ผลิตจากขยะโปรตีน เช่น เศษแคชเมียร์ ขนสัตว์ และขนนก
- ผ่านการอนุมัติจาก FTC สหรัฐฯ และเตรียมวางจำหน่าย Q2 ปี 2027
กระแสความนิยมเสื้อผ้าแคชเมียร์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน โดยมีแบรนด์ดังมากมายวางขายตั้งแต่คาร์ดิแกนราคา 7,900 ดอลลาร์ของ Brunello Cucinelli ไปจนถึงเสื้อสเวตเตอร์ราคา 50 ดอลลาร์ของ Quince รวมถึงแบรนด์บุรุษ Loro Piana ที่ผลักดันให้มูลค่ากิจการในเครือ LVMH สูงกว่า 11,000 ล้านยูโร แม้กระทั่งเสื้อวิ่งยังทำจากแคชเมียร์
อย่างไรก็ตาม แคชเมียร์ไม่ได้ตอบโจทย์ทุกคน เนื่องจากมีราคาสูง ดูแลรักษายาก และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเลี้ยงแพะที่สร้างความเสียหายแก่ทุ่งหญ้าในเอเชียกลาง ทำให้สตาร์ทอัพที่ชื่อว่า Everbloom พัฒนาเส้นใยทางเลือกใหม่ที่ซักเครื่องได้และมีราคาเข้าถึงง่ายกว่า
Renoa ผลิตจากแหล่งโปรตีนเหลือทิ้ง เช่น เศษแคชเมียร์ ขนสัตว์ รวมถึงขนนกและปุยขนจากอุตสาหกรรมเครื่องนอน โดย Everbloom นำขยะเหล่านี้มาบดเป็นผงและผสมกับไบโอโพลิเมอร์ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ก่อนนำไปขึ้นรูปตามความยาวและขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเพื่อเลียนแบบเส้นใยธรรมชาติ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เส้นใยนี้เพิ่งได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมาการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) ให้เป็นหมวดหมู่เส้นใยใหม่รายแรกในรอบ 25 ปี หลังจากที่ Everbloom ใช้เวลาพัฒนามาเป็นเวลา 3 ปีและสร้างโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับวิทยาศาสตร์วัสดุขึ้นมาเอง
การคิดค้นเส้นใยทางเลือกเช่น Renoa สะท้อนให้เห็นความพยายามของอุตสาหกรรมแฟชั่นในการแก้ปัญหาความยั่งยืน โดยเฉพาะการลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเลี้ยงปศุสัตว์ในเอเชียกลาง การนำวัสดุเหลือทิ้งมาผ่านกระบวนการทางเคมีและชีวภาพผสานกับ AI ถือเป็นก้าวสำคัญที่อาจช่วยเปลี่ยนผ่านตลาดเสื้อผ้าหรูหราให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในอนาคต
ซิม กุลาติ (Sim Gulati) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Everbloom ได้นำผู้สื่อข่าวชมผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่สำนักงานใหญ่ในนิวยอร์กเมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยเสื้อสเวตเตอร์ ถุงไหมพรม และผ้าพันคอที่ทำจาก Renoa โดยผ้าพันคอผืนดังกล่าวผ่านการใช้งาน ซักเครื่อง และผ่านเครื่องอบผ้ามานานหลายเดือนโดยไม่หดตัวหรือเป็นขุย
"เสื้อสเวตเตอร์และถุงมือมีความนุ่มและเบา แต่ผ้าพันคอคือสิ่งที่โดดเด่นที่สุด เพราะมันผ่านการใช้งานและซักเครื่อง รวมถึงผ่านเครื่องอบมาแล้วหลายเดือนโดยไม่หดหรือเป็นขุย"
ซิม กุลาติ (Sim Gulati)ปัจจุบัน Everbloom กำลังร่วมมือกับบริษัทหลายแห่งเพื่อนำ Renoa ไปใช้ในสินค้าจริง โดยผลิตภัณฑ์ชุดแรกคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2027 ในรูปแบบการผสมเส้นใยสัดส่วน 80/20 ร่วมกับแคชเมียร์แท้
ที่มา:
TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น