ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Bamboo Pagoda 2026: ศาลาไม้ไผ่ริมน้ำมาเก๊า

Impromptu Projects ออกแบบ Bamboo Pagoda พาวิลเลียนชั่วคราวสูง 13 เมตรริมทะเลสาบไซวาน มาเก๊า โดยใช้โครงสร้างไม้ไผ่และวัสดุรีไซเคิลจากใบชา

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
02 Nov 2026ที่มา: designboom2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Bamboo Pagoda 2026: ศาลาไม้ไผ่ริมน้ำมาเก๊า

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Bamboo Pagoda เป็นพาวิลเลียนชั่วคราวสูง 13 เมตร ริมทะเลสาบไซวาน มาเก๊า
  • ออกแบบโดยสตูดิโอท้องถิ่น Impromptu Projects นำโดย Rita Machado และ João Ó
  • โครงสร้างได้แรงบันดาลใจจากนั่งร้านไม้ไผ่ดั้งเดิมซึ่งขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม
  • พื้นอาคารผลิตจากวัสดุรีไซเคิลใบชาและเศษไม้โดย Zence Object Technology

สตูดิโอออกแบบในมาเก๊า Impromptu Projects นำโดยสถาปนิก Rita Machado และ João Ó ได้รังสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ในชื่อ Bamboo Pagoda ซึ่งเป็นศาลาชั่วคราวความสูง 13 เมตร ตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบไซวาน เมืองมาเก๊า โดยผลงานชิ้นนี้เป็นการผสมผสานระหว่างงานฝีมือท้องถิ่นดั้งเดิมและแนวคิดการออกแบบร่วมสมัย เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและสะท้อนความคิดในเชิงศิลป์ริมน้ำ

แนวคิดหลักของโครงการอ้างอิงมาจากรูปทรงของเจดีย์โบราณและปรัชญาเต๋าในเรื่องความสมดุล โดยตัวอาคารมีฐานเป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมและค่อยๆ เรียวสอบขึ้นสู่ด้านบน โครงสร้างหลักใช้ลำไม้ไผ่ผอมเรียวทำหน้าที่เป็นโครงกระดูกรับน้ำหนักที่เปิดเปลือยให้เห็นข้อต่อและการมัดด้วยเทคนิคการนั่งร้านแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอยู่ในบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมาเก๊าเมื่อปี 2017

Macau modern bamboo architecture pavilion exterior

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ห่อหุ้มโครงสร้างด้วยผิววัสดุกึ่งโปร่งใสจากผ้าไม้ไผ่ ทำหน้าที่กรองแสงธรรมชาติและช่วยขับเน้นเส้นสายแนวดิ่งของอาคารให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริเวณพื้นของพาวิลเลียนยังปูด้วยแผ่นคอมโพสิตที่ผลิตโดยบริษัท Zence Object Technology (CHAZENCE) ซึ่งตั้งอยู่ในมาเก๊า โดยวัสดุดังกล่าวทำมาจากขยะใบชาและเศษไม้รีไซเคิล สะท้อนถึงการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาหมุนเวียนใหม่อย่างสร้างสรรค์

13เมตรความสูงของพาวิลเลียน
2017ปีขึ้นทะเบียนนั่งร้านไม้ไผ่เป็นมรดกวัฒนธรรม

ระบบพลังงานของศาลาชั่วคราวแห่งนี้ยังพึ่งพาตนเองด้วยแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งไว้เพื่อจ่ายกระแสไฟให้กับสปอตไลต์สถาปัตยกรรมโดยไม่ต้องพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้าเทศบาล โครงการนี้จึงเป็นการหลอมรวมมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เข้ากับระบบวัสดุหมุนเวียนได้อย่างลงตัวภายใต้การสนับสนุนจาก Ephemera Public Space Cooperative

การนำนั่งร้านไม้ไผ่มาประยุกต์ใช้ในงานสถาปัตยกรรมชั่วคราวถือเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการอนุรักษ์ภูมิปัญญาช่างฝดือนท้องถิ่น (Vernacular Architecture) ให้คงอยู่ผ่านบริบทใหม่ ในมุมมองของการพัฒนาเมืองยั่งยืน การเลือกใช้วัสดุเหลือทิ้งอย่างกากชามาผสมผสานกับโครงสร้างไม้ไผ่ธรรมชาติ ไม่เพียงช่วยลดขยะอุตสาหกรรม แต่ยังแสดงให้เห็นว่าวัสดุดั้งเดิมสามารถตอบโจทย์การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Circular Economy) ในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: designboom

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้