กฎใหม่ Buy Now Pay Later: เช็กวิธีรับมือยอดซื้อถูกบล็อก
บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เผชิญกฎระเบียบเข้มงวดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พร้อมมาตรการตรวจสอบเครดิตที่อาจทำให้คุณถูกปฏิเสธวงเงิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เริ่มอยู่ภายใต้กฎระเบียบทางการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
- ผู้ให้บริการอย่าง Klarna และ Clearpay ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค
- การตรวจสอบความสามารถในการชำระเงินที่เข้มงวดขึ้นอาจทำให้คำขอซื้อสินค้าของคุณถูกบล็อก
- ซารา วิลเลียมส์ กูรูด้านหนี้สิน แนะนำ 4 วิธีรับมือเมื่อวงเงินถูกจำกัดหรือบัญชีถูกปิด
บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือที่รู้จักกันในชื่อ BNPL แท้จริงแล้วคือรูปแบบหนึ่งของการกู้ยืมเงินที่มักแบ่งชำระเป็นงวดๆ แม้ว่าบริการนี้จะมีมานานแล้ว แต่เพิ่งจะได้รับการควบคุมดูแลอย่างเป็นทางการจากภาครัฐเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้ผู้ให้บริการรายใหญ่ เช่น Klarna และ Clearpay จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตอย่างเป็นทางการในการดำเนินธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงระบบการคืนเงินและการร้องเรียนที่เป็นอิสระได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบใหม่มาพร้อมกับการตรวจสอบความสามารถในการชำระเงินที่เข้มงวดมากขึ้นในทุกๆ ธุรกรรม ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ใช้บริการหลายคนต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธวงเงินหรือถูกบล็อกไม่ให้ใช้บริการเป็นครั้งแรก โดยรูปแบบการตรวจสอบจะแตกต่างกันไปตามลักษณะการซื้อและจำนวนเงินที่ขอกู้ยืม ช่วงเวลาแห่งการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลที่กำลังใกล้เข้ามานี้ จึงทำให้ผู้บริโภคต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสซื้อสินค้าในยามที่การเงินฝืดเคือง
การที่บริการ BNPL ถูกนำมาอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุม ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้มีรายได้น้อย ตกอยู่ในวังวนหนี้สินทับถมจากการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยขนาดเล็ก แม้ว่ามาตรการนี้จะสร้างความยุ่งยากในระยะสั้นและอาจทำให้หลายคนรู้สึกหงุดหงิดเมื่อถูกปฏิเสธวงเงิน แต่ในระยะยาวจะช่วยกรองความเสี่ยงและบังคับให้แพลตฟอร์มต้องมีความรับผิดชอบต่อลูกค้ารวมถึงการแก้ไขข้อพิพาทที่เป็นธรรมมากขึ้น
ซารา วิลเลียมส์ อดีตอาสาสมัครที่ปรึกษาด้านหนี้สินจาก Citizens Advice และเจ้าของเพจ Debt Camel ได้แนะนำ 4 แนวทางปฏิบัติสำคัญ หากคุณพบว่าบัญชีถูกปิดหรือวงเงินกู้ยืมลดลงอย่างฮวบฮาบ ดังนี้ครับ
- ชะลอการซื้อสินค้า: พิจารณาให้รอบคอบว่าสิ่งของที่ต้องการนั้นจำเป็นจริงๆ หรือสามารถเลื่อนออกไปก่อนได้
- ระมัดระวังการเลือกซื้อ: หลีกเลี่ยงพฤติกรรมซื้อสินค้าจำนวนมาก เช่น เสื้อผ้าหลายไซส์พร้อมกัน ซึ่งเป็นตัวเร่งให้ต้องใช้วงเงินสูงเกินจำเป็น
- ยกเลิกบริการสมาชิก: ตัดค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ไม่จำเป็นเพื่อลดภาระหนี้สะสมจากการจ่ายชำระย้อนหลัง
- ปรึกษาองค์กรการกุศลด้านหนี้สิน: ขอความช่วยเหลือและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น คูปองอาหาร หากคุณต้องพึ่งพา BNPL เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน
หากคุณกำลังประสบปัญหาในการผ่อนชำระหนี้ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม ควรหาทางแก้ไขก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายเกินควบคุม เว็บไซต์ MoneyHelper ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่สนับสนุนโดยรัฐบาล มีคำแนะนำในการค้นหาบริการให้คำปรึกษาเรื่องหนี้สินฟรีในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งเครื่องมือช่วยประเมินรายการหนี้ การตรวจสอบสิทธิประโยชน์และเงินช่วยเหลือที่คุณควรได้รับ ตลอดจนระบบจัดลำดับความสำคัญของบิลเพื่อช่วยวางแผนการเงินในยามฉุกเฉิน นอกจากนี้ ควรระมัดระวังโฆษณาชวนเชื่อหรือแนวทางแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่น่าเชื่อถือซึ่งพบเห็นได้ตามโซเชียลมีเดีย
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น