รีวิว Vivo X500 Pro Max: มือถือ Pro Max รุ่นแรก
Vivo X500 Pro Max มือถือแฟลกชิปรุ่นแรกคั่นกลางระหว่างรุ่น Pro และ Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ 7,800mAh และราคา 1,799 ยูโร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Vivo X500 Pro Max เป็นมือถือแฟลกชิปรุ่นแรกที่วางตำแหน่งอยู่ระหว่างรุ่น Pro และ Ultra
- โดดเด่นด้วยหน้าจอ 1440p 144Hz และแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 7,800mAh
- ใช้เซนเซอร์ Sony Lytia L910 พร้อมเทคโนโลยี LOFIC ให้ไดนามิกแบนด์กว้างถึง 17 สตอป
- ราคาวางจำหน่ายสูงถึง 1,799 ยูโร หรือประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ
ตลาดสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์จากค่ายผู้ผลิตจีนรายใหญ่กำลังได้รับความนิยมในการส่งรุ่น Pro Max ลงสู่ตลาด ไม่ว่าจะเป็น Xiaomi, Oppo, Honor และล่าสุดคือ Vivo โดยรุ่นใหม่เหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปิดช่องว่างระหว่างรุ่น Pro แบบเดิมกับรุ่น Ultra ที่เน้นกล้องเป็นหลัก หรืออีกมุมหนึ่งก็คือกลยุทธ์การเพิ่มคำว่า Max เพื่อปรับราคาให้สูงขึ้นตามต้นทุน RAM ที่เพิ่มขึ้นนั่นเอง
Vivo X500 Pro Max มาพร้อมตัวเครื่องขนาดเท่ากับรุ่นเก่าและใช้หน้าจอ OLED ความละเอียด 1440p อัตรารีเฟรช 144Hz เหมือนกัน จุดเด่นสำคัญคือแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 7,800mAh ที่ใช้งานได้อย่างยาวนานถึง 2 วันเต็ม พร้อมรองรับระบบชาร์จไวแบบมีสาย 90W และไร้สาย 40W แม้ว่าจะไม่ได้ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon รุ่นล่าสุด แต่ชิป MediaTek Dimensity 9600 Pro ก็ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่แพ้กัน รวมถึงการใช้เลนส์เทเลโฟโต้แบบ periscope ตัวเดียวกันกับรุ่นท็อปอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีฟีเจอร์ระดับเรือธงอัดแน่น แต่นี่ก็ไม่ใช่รุ่นสืบทอดที่แท้จริงของ Vivo X300 Ultra เนื่องจาก X500 Pro Max ยังคงอยู่ในลำดับชั้นที่ต่ำกว่าครึ่งก้าว ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่คุณภาพกล้องแย่ลง แต่เป็นเพราะความโดดเด่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวลดลงไป โดยเซนเซอร์กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ขนาด 1/1.28 นิ้ว มีขนาดเล็กและมีความละเอียดน้อยกว่ารุ่น Ultra แต่ได้ชดเชยด้วยเซนเซอร์ Sony Lytia L910 ตัวใหม่ที่ผสานเทคโนโลยี LOFIC ช่วยขยายช่วงไดนามิกแบนด์กว้างถึง 17 สตอป เน้นการเก็บรายละเอียดส่วนสว่างได้ดีเยี่ยม
การที่แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับท็อปจากจีนหันมาใช้กลยุทธ์ออกรุ่น Pro Max สะท้อนถึงความพยายามในการเจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมที่ต้องการสเปกเกือบเทียบเท่ารุ่น Ultra ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่นท็อปสุดเล็กน้อย พร้อมทั้งชูจุดขายเรื่องแบตเตอรี่ความจุสูงเพื่อตอบโจทย์การใช้งานหนักตลอดวัน แม้ว่าในแง่ของการถ่ายภาพอาจจะต้องแลกกับระยะเลนส์หลักที่เปลี่ยนไปจากความชอบของช่างภาพสายเฉพาะกลุ่มก็ตาม
สิ่งที่น่าเสียดายสำหรับผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการถ่ายภาพคือ X500 Pro Max ได้ละทิ้งระยะเลนส์หลัก 35 มม. อันเป็นเอกลักษณ์ยอดเยี่ยมจากรุ่น X300 Ultra ไป โดยหันกลับมาใช้ระยะเลนส์ 24 มม. แบบมาตรฐานทั่วไปที่พบได้ใน iPhone และสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ แทน ซึ่งทำให้มุมมองภาพกว้างขึ้นตามสไตล์เลนส์มุมกว้างทั่วไป และต้องพึ่งพาเลนส์เทเลโฟโต้เมื่อต้องการการจัดองค์ประกอบภาพที่แคบลง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
โดมินิก เปรสตัน บรรณาธิการฝ่ายข่าวจาก The Verge ได้ระบุทัศนะเกี่ยวกับการเลือกใช้ระยะเลนส์ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไว้ว่า
การใช้เลนส์ระยะ 35 มม. นั้นให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับเลนส์ไพรม์ที่ใช้งานบนกล้องถ่ายรูปทั่วไป ซึ่งมีความแคบพอเหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคลและการจัดองค์ประกอบภาพที่มีเป้าหมายชัดเจน"A 35mm main camera, by contrast, feels closer to many of the kit and prime lenses you might grab for a regular camera, narrow enough to use for portraits and purposeful framing."
Dominic Preston
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น