ชะบานา มาห์มูด รมว.มหาดไทยสหราชอาณาจักรเผชิญแรงกดดัน
ชะบานา มาห์มูด รัฐมนตรีมหาดไทยสหราชอาณาจักร เตรียมเผชิญการตรวจสอบอย่างหนัก หลังปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการตั้งถิ่นฐานของผู้ย้ายถิ่นฐานแบบถูกกฎหมาย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ชะบานา มาห์มูด รมว.มหาดไทยสหราชอาณาจักร กำลังเผชิญการตรวจสอบนโยบายปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการย้ายถิ่นฐาน
- มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายดังกล่าวสูงถึงประมาณ 200,000 คน
- ตัวเลขการอนุมัติวีซ่าช่วงเดือนกรกฎาคม 2025 ถึงมิถุนายน 2026 อยู่ที่ 727,487 คน ซึ่งลดลง 15% จากปีก่อนหน้า
- นโยบายดังกล่าวประเมินว่ามีต้นทุนระยะยาวต่อผู้เสียภาษีสูงถึง 10,000 ล้านปอนด์ ตามการอ้างอิงจากคณะกรรมการที่ปรึกษาการย้ายถิ่นฐาน
ประเด็นเรื่องการย้ายถิ่นฐานแบบถูกกฎหมายในสหราชอาณาจักรกลับมาเป็นที่ถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนอีกครั้ง โดยมีแนวคิดเรื่องความยุติธรรมเป็นแกนกลางสำคัญ ท่ามกลางกระแสการเมืองที่พรรค Reform UK กำลังได้รับความสนใจ และรัฐบาลพรรคแรงงานต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาจัดการกับข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างจริงจัง
ชะบานา มาห์มูด รัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งเป็นบุตรสาวของผู้อพยพจากแคว้นแคชเมียร์ ได้กล่าวถึงความตั้งใจในการปรับปรุงระบบดังกล่าวในการประชุมพรรคแรงงานเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยระบุว่านโยบายนี้จะต้องมีความยุติธรรมต่อผู้ที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่เช่นเดียวกับพ่อแม่ของเธอ และต้องมีความยุติธรรมต่อผู้ที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรอยู่แล้ว รวมถึงคนทำงานและคนรุ่นใหม่
"Fair to those who seek a new and better life here, like my parents did. And fair to those already here, including British workers, and especially the young."
Shabana Mahmood
อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคฝ่ายค้านและสมาชิกพรรคแรงงานเองว่ามีความอ่อนข้อและถอยหลังจากแผนเดิม โดยเฉพาะเมื่อมีการแก้ไขรายละเอียดบางประการหลังจากผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200,000 คน ซึ่งในจำนวนนี้ราว 140,000 คนเป็นผู้ถือวีซ่าโดยตรง
ข้อมูลสถิติระบุว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม 2025 ถึงมิถุนายน 2026 มีผู้ได้รับอนุมัติวีซ่าเข้าสหราชอาณาจักรจำนวน 727,487 คน ลดลง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยวีซ่าประเภทการศึกษาครองสัดส่วนมากที่สุดถึง 53% ซึ่งผู้ถือวีซ่าศึกษาจากประเทศจีนและอินเดียรวมกันคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การปรับเปลี่ยนกฎระเบียบการย้ายถิ่นฐานและการพำนักระยะยาว (Indefinite Leave to Remain หรือ ILR) สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลสหราชอาณาจักรในการสร้างสมดุลระหว่างความต้องการแรงงานทักษะและความยั่งยืนทางการคลัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้อพยพรายได้น้อยที่มีผู้ติดตาม ซึ่งรัฐบาลมองว่าอาจสร้างภาระงบประมาณระยะยาวในอนาคตเมื่อบุคคลเหล่านี้เข้าสู่วัยเกษียณและการรับบำนาญแห่งรัฐ
ก่อนหน้านี้ มาห์มูดเคยระบุในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสถาบันคลังสมอง IPPR ว่าสหราชอาณาจักรเผชิญระดับการย้ายถิ่นฐานในเวลาเพียง 4 ปี ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณที่เคยเกิดขึ้นในรอบ 4 Decades พร้อมทั้งอ้างอิงตัวเลขจากคณะกรรมการที่ปรึกษาการย้ายถิ่นฐานว่า การย้ายถิ่นฐานแบบใช้ทักษะต่ำอาจสร้างต้นทุนตลอดชีพแก่ผู้เสียภาษีสูงถึง 10,000 ล้านปอนด์ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวก็ถูกโต้แย้งจากสถาบัน IPPR เช่นกันว่าเป็นการมองข้ามบริบทระยะยาวของการชะลอการมีสิทธิได้รับสถานะผู้พำนักถาวร
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น