ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Google โค่นบอตเน็ตล้านเครื่อง หลังพาร์ตเนอร์ฝังมัลแวร์

Google สั่งตัดขาด Videostrong พาร์ตเนอร์ผู้ผลิตจากเซินเจิ้น หลังพบแอบฝังแบ็คดอร์ลงในกล่อง Android TV และอุปกรณ์ IoT กว่า 1.3 ล้านเครื่องเพื่อหาประโยชน์

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Nov 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Google โค่นบอตเน็ตล้านเครื่อง หลังพาร์ตเนอร์ฝังมัลแวร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Google ปิดตายบอตเน็ตขนาดใหญ่จากกล่อง Android TV กว่า 1.3 ล้านเครื่อง
  • สั่งแบน Videostrong ผู้ผลิตจากเมืองเซินเจิ้น ห้ามสร้างหรือขายอุปกรณ์ Android
  • มัลแวร์ถูกฝังเพื่อทำกำไร ทั้งโกงคลิกโฆษณาและส่งต่อทราฟฟิกเครือข่าย
  • Google ปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบพาร์ตเนอร์หลังเกิดเหตุการณ์นี้

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Google ออกมาเปิดเผยว่า หนึ่งในพาร์ตเนอร์ผู้ผลิตระบบ Android ได้แอบลักลอบฝังช่องโหว่แบ็คดอร์ลงในอุปกรณ์ต่างๆ รวมกว่า 1.3 ล้านเครื่องโดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว พร้อมทั้งเปลี่ยนอุปกรณ์เหล่านี้ให้กลายเป็นเครือข่ายบอตเน็ตขนาดใหญ่ เพื่อนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินผ่านกิจกรรมอันไม่พึงประสงค์ต่างๆ

สำหรับบริษัทผู้ผลิตที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้คือ Videostrong Technology Co. ซึ่งมีฐานการผลิตตั้งอยู่ที่เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน โดยทาง Google ได้ดำเนินการตัดขาดความสัมพันธ์ทางธุรกิจ พร้อมทั้งสั่งห้ามบริษัทดังกล่าวจากการสร้างหรือจำหน่ายอุปกรณ์ Android ที่ผ่านการรับรอง รวมถึงไม่อนุญาตให้จัดหาซอฟต์แวร์สำหรับอุปกรณ์เหล่านี้อีกต่อไป

digital tv box electronics device close up

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

1.3Mอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์
10Mอุปกรณ์ที่ถูกตัดการเชื่อมต่อ C2

จากการตรวจสอบพบว่า อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่รุ่นเดียวหรือแบรนด์เดียว แต่มีการฝังมัลแวร์โดยตรงลงในอุปกรณ์หลากหลายรุ่นต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี โดยส่วนใหญ่เป็นกล่องรับสัญญาณ Android TV set-top boxes นอกจากนี้ยังลามไปถึงอุปกรณ์ IoT บนฐานระบบ Android อื่นๆ อีกด้วย เช่น อุปกรณ์โทรเวชกรรม (telehealth) เครื่องคาราโอเกะ และป้ายดิจิทัลอัจฉริยะ (digital signage)

"Videostrong monetized the backdoor by selling access to criminal affiliates and loading those affiliates’ malware modules onto infected devices."

Google

ทาง Google ระบุเพิ่มเติมว่า ทางการจีนและพาร์ตเนอร์รายนี้ใช้เทคนิคการพรางตัว (obfuscation techniques) เพื่อติดตั้งมัลแวร์ลงบนเครื่องของผู้ใช้งานทันทีหลังจากที่มีการเปิดใช้งานอุปกรณ์นั้นเป็นครั้งแรก ซึ่งกิจกรรมอันตรายที่เกิดขึ้นประกอบไปด้วย การโกงโฆษณา การขโมยข้อมูล และการเปลี่ยนเส้นทางทราฟฟิกเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

เหตุการณ์การฝังแบ็คดอร์จากระดับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ (Supply Chain Attack) ถือเป็นภัยคุกคามที่มีความอันตรายสูงมาก เนื่องจากผู้ใช้งานทั่วไปแทบไม่มีทางตรวจสอบหรือป้องกันได้เลยเมื่อซอฟต์แวร์อันตรายถูกฝังมาตั้งแต่กระบวนการผลิตจากโรงงาน การที่ Google เข้ามาตัดสิทธิ์และปิดกั้นโดเมนควบคุม (C2) จึงเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ช่วยตัดวงจรอาชญากรรมไซเบอร์ในวงกว้าง และสะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มเปิดอย่าง Android จำเป็นต้องยกระดับการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ให้เข้มงวดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ Google ยังได้ดำเนินการปิดกั้นโดเมนควบคุมและสั่งการ (C2) ที่ใช้บริหารจัดการโมดูลมัลแวร์เหล่านี้ ซึ่งช่วยตัดขาดการเข้าถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบอีกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเครื่องทั่วโลก พร้อมทั้งประกาศปรับเปลี่ยนกระบวนการตรวจสอบและรับรองผู้ผลิตอุปกรณ์ (device manufacturers) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้