Apple เปิดตัว Touchscreen MacBook Pro และอุปกรณ์ใหม่ 5 รายการ
Apple เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ 5 รายการในวันศุกร์นี้ รวมถึง MacBook Pro หน้าจอสัมผัสรุ่นแรก iPad mini OLED และ iMac ชิป M6 เริ่มต้น 699 ดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Apple เปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ 5 รายการรวมถึง MacBook Pro หน้าจอสัมผัสรุ่นแรก
- iPad mini รุ่นใหม่มาพร้อมจอ OLED และชิป A20 Pro เริ่มต้น 699 ดอลลาร์
- iMac อัปเกรดชิป M6 รองรับ Wi-Fi 7 เริ่มต้น 1,499 ดอลลาร์
- Touchscreen MacBook Pro มีทั้งขนาด 14 และ 16 นิ้ว เริ่มต้น 2,899 ดอลลาร์
Apple เตรียมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งหมด 5 รายการในวันศุกร์นี้ โดยมีไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว MacBook Pro หน้าจอสัมผัสรุ่นแรกของบริษัท ควบคู่ไปกับการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ยอดนิยมอย่าง iPad mini, iMac และ MacBook Pro รุ่นมาตรฐาน ซึ่งแต่ละรุ่นได้รับการปรับปรุงฮาร์ดแวร์และฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
เริ่มต้นด้วย iPad mini รุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แท็บเล็ตขนาดเล็กที่สุดของ Apple หันมาใช้จอแสดงผลแบบ OLED ไร้แบ็คไลท์ ทำให้เม็ดพิกเซลสามารถดับแสงเองได้เมื่อแสดงเนื้อหาโทนสีเข้ม ช่วยเพิ่มคอนทราสต์ให้คมชัดยิ่งขึ้น ตัวเครื่องบางและเบากว่ารุ่นก่อนหน้า ขับเคลื่อนด้วยชิป A20 Pro ตัวเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 18 Pro และ iPhone Duo โดยตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 699 ดอลลาร์สำหรับความจุ 128GB พร้อมตัวเลือกอัปเกรดกระจก nano-texture เพิ่ม 100 ดอลลาร์ และระบบ cellular เพิ่ม 150 ดอลลาร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในส่วนของ iMac รุ่นใหม่ ดีไซน์ภายนอกยังคงเดิมเช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า โดยมาพร้อมหน้าจอ LED ขนาด 24 นิ้ว กล้องเว็บแคมความละเอียด 12MP และพอร์ต USB-C สองหรือสี่พอร์ต การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คือการเปลี่ยนมาใช้ชิป M6 ซึ่ง Apple ระบุว่าทำงานเร็กว่ารุ่น M4 ถึง 5 เท่า และเร็วกว่ารุ่น M1 ถึง 12 เท่า พร้อมรองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 1,499 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 2 พอร์ต แรม 16GB และความจุ 256GB
สำหรับ MacBook Pro รุ่นมาตรฐานขนาด 14 นิ้ว หน้าจอ mini-LED รีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz พร้อมพอร์ต Thunderbolt 4 จำนวน 3 ช่อง, พอร์ต HDMI, ช่องเสียบการ์ด SDXC และกล้องเว็บแคม 12MP เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์ ขณะที่ไฮไลต์สำคัญอย่าง Touchscreen MacBook Pro มีให้เลือกทั้งขนาด 14 นิ้วและ 16 นิ้ว มาพร้อมจอ OLED ที่ Apple เรียกว่า PROLED XDR มีความสว่างทั่วไป 1,000 นิต และความสว่าง HDR สูงสุด 2,000 นิต รองรับการสัมผัสเพื่อเลื่อน ย่อขยาย หรือวาดภาพ รวมถึงการใช้งานเวิร์กโฟลว์เฉพาะทาง เช่น เล่นเครื่องดนตรีเสมือนใน Logic Pro หรือจัดการวัตถุในแอปพลิเคชัน 3D
การนำหน้าจอสัมผัสมาสู่ MacBook Pro ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Apple หลังจากที่บริษัทเคยปฏิเสธแนวคิดนี้มาหลายปี และคงรูปแบบการควบคุมผ่าน Trackpad กับคีย์บอร์ดมาโดยตลอด การผสานจอ OLED เข้ากับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Dynamic Island และชิป M5 Pro/Max แสดงให้เห็นถึงการเจาะกลุ่มผู้ใช้งานระดับโปรที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและการทำงานด้าน AI ควบคู่กันไป
Touchscreen MacBook Pro ยังนับเป็นครั้งแรกที่นำ Dynamic Island ของ iPhone มาใช้แทนรอยบาก (notch) ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับ Spotlight, Live Activities และ Siri AI ขับเคลื่อนด้วยชิป M5 Pro หรือ M5 Max แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่ารุ่น Intel ถึง 13 ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็ว 50% ภายใน 30 นาที และนำโลโก้ Apple แบบมีไฟเรืองแสงด้านหลังกลับมาอีกด้วย สนนราคาเริ่มต้นที่ 2,899 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 14 นิ้ว M5 Pro และเริ่มต้น 3,399 ดอลลาร์สำหรับรุ่น 16 นิ้ว โดยรุ่นท็อปสุดที่ปรับแต่งสเปกสูงสุดจะมีราคาสูงถึง 14,549 ดอลลาร์ ซึ่งครึ่งหนึ่งของราคาดังกล่าวมาจากแรมขนาด 16TB
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น