Deep Principle ปล่อย Hydrogen-1.0 โมเดลโอเพนเวต 7.53 แสนล้านพารามิเตอร์
Deep Principle เปิดตัว Hydrogen-1.0 โมเดลโอเพนเวตขนาด 753B สำหรับงานวิทยาศาสตร์ สร้างจากการฝึก GLM-5.3 ใช้งานภายใต้สัญญาอนุญาต MIT License

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Deep Principle เปิดตัวโมเดล Hydrogen-1.0 ขนาด 7.53 แสนล้านพารามิเตอร์
- ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนงานวิจัยด้านเคมี วัสดุศาสตร์ และชีววิทยาศาสตร์
- พัฒนาจากการต่อยอดฝึกฝน Z.ai's GLM-5.3 ด้วยข้อมูลเฉพาะทางและบันทึกห้องปฏิบัติการ
- เปิดให้ใช้งานในรูปแบบโอเพนเวตภายใต้สัญญาอนุญาต MIT License
บริษัท Deep Principle ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการปัญญาประดิษฐ์และวิทยาศาสตร์ ด้วยการประกาศเปิดตัว Hydrogen-1.0 โมเดลปัญญาประดิษฐ์แบบเปิดน้ำหนัก (open-weight) ที่มีขนาดใหญ่ถึง 753 พันล้านพารามิเตอร์ โดยโมเดลตัวนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเน้นการขับเคลื่อนงานวิจัยและการค้นพบทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งสาขาเคมี วัสดุศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการนำ AI มาช่วยเร่งความเร็วในการทดลองและการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ในห้องปฏิบัติการทั่วโลก
เบื้องหลังการพัฒนา Hydrogen-1.0 ทีมงานได้ทำการฝึกอบรมเพิ่มเติม (post-training) บนพื้นฐานของโมเดล Z.ai's GLM-5.3 โดยป้อนข้อมูลเชิงลึกเฉพาะทาง บันทึกจากห้องปฏิบัติการจริง รวมถึงเส้นทางการค้นพบของเอเจนต์ (agent discovery trajectories) ทำให้โมเดลมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในกระบวนการทดลองและข้อมูลเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน ซึ่งแตกต่างจากโมเดลภาษาทั่วไปที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการคำนวณและวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่โมเดลโอเพนเวต (Open-weight) ขนาดใหญ่ระดับ 753B ถูกปล่อยออกมาภายใต้สัญญาอนุญาต MIT License ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้นักวิจัยอิสระและมหาวิทยาลัยทั่วโลกสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีระดับแนวหน้าได้โดยไม่ต้องพึ่งพา API แบบปิดของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ การเปิดกว้างนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนในการวิจัย แต่ยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ AI เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการตีพิมพ์งานวิจัยระดับนานาชาติ
สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์และนักวิจัยที่สนใจใช้งาน Hydrogen-1.0 โมเดลนี้มาพร้อมกับการเปิดเผยน้ำหนักของโมเดลอย่างเต็มรูปแบบ และจากการประเมินประสิทธิภาพเบื้องต้นพบว่าสามารถทำคะแนนเอาชนะคู่แข่งในเกณฑ์มาตรฐาน FrontierScience-Research เหนือกว่า GPT-6-Astra ได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นในการประมวลผลโจทย์ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่ยากและซับซ้อนเกินกว่าที่ AI ทั่วไปจะรับมือไหว
การเผยแพร่โมเดลในครั้งนี้ยังมาพร้อมกับเงื่อนไขการใช้งานที่ยืดหยุ่นภายใต้ MIT License ซึ่งเปิดโอกาสให้ภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษาดัดแปลง นำไปต่อยอด หรือบูรณาการเข้ากับระบบวิจัยที่มีอยู่เดิมได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ที่เข้มงวดจนเกินไป นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่น่าจับตามองว่า AI จะเข้ามาพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในอนาคตอันใกล้นี้อย่างไร
ที่มา: MarkTechPost
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น