ดาร์เรน อิงแลนด์: จากความผิดพลาด VAR สู่ต้นแบบผู้ตัดสิน
ย้อนเส้นทาง ดาร์เรน อิงแลนด์ ผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกที่เคยพลาดเคส หลุยส์ ดิอาซ นาน 3 เดือน ก่อนคัมแบ็กคุมเกมเอฟเอคัพและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ดาร์เรน อิงแลนด์ เคยพลาดเคส VAR ของ หลุยส์ ดิอาซ เมื่อ 3 ปีก่อน
- เผชิญมรสุมข่าวสื่อล้อมโรงเรียนลูกและบ้านพักจนเป็นช่วงเวลาต่ำสุดในชีวิต
- ปัจจุบันในวัย 40 ปี กลับมาเป็นผู้ตัดสินแถวหน้าและได้คุมเกมชิงเอฟเอคัพ 2026
- ล่าสุดได้รับเลื่อนขั้นเป็น VAR ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกคู่ กาลาตาซาราย พบ สตูตการ์ต
การทำหน้าที่ผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพเต็มไปด้วยความกดดันทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่า ดาร์เรน อิงแลนด์ วัย 40 ปี ผู้ตัดสินชาวอังกฤษที่ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพจนกลับมายืนหยัดได้อย่างสง่างามในปัจจุบัน ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน อิงแลนด์ต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตการทำงาน เมื่อเขาทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินวีดีโอผู้ช่วยหรือ VAR ในเกมระหว่างท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และลิเวอร์พูล
ในเกมดังกล่าว หลุยส์ ดิอาซ แนวรุกของลิเวอร์พูลหลุดเข้าไปยิงประตูแต่ถูกยกธงล้ำหน้า ทว่าภาพช้าในห้อง VAR กลับแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ดิอาซ อยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า แต่อิงแลนด์เกิดเสียสมาธิและพูดคำว่า "เช็กเสร็จสิ้น" ออกมา ทำให้ประตูนั้นถูกริบและไม่มีการแก้ไขคำตัดสิน กลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการพรีเมียร์ลีก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้อิงแลนด์และครอบครัวต้องตกอยู่ภายใต้แสงสปอตไลท์ของสื่อมวลชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ "นั่นคือจุดต่ำสุด จุดต่ำสุดแน่นอนครับ" อิงแลนด์กล่าวถึงช่วงเวลานั้น ซึ่งสร้างความกดดันไม่เพียงแต่กับตัวเขาในฐานะผู้ตัดสิน แต่ยังลามไปถึงภรรยาและลูกสาวที่มีนักข่าวและช่างภาพไปดักรอหน้าโรงเรียน รวมถึงการขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์
บทเรียนจากกรณีของดาร์เรน อิงแลนด์สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี VAR แม้จะถูกนำมาใช้เพื่อลดความผิดพลาดในสนาม แต่กลับเพิ่มแรงกดดันทางจิตใจมหาศาลให้กับทีมงานห้อง VAR ที่ต้องสื่อสารและตัดสินใจภายใต้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลต่ออนาคตอาชีพ แต่ยังกระทบถึงชีวิตส่วนตัวในยุคที่โซเชียลมีเดียและสื่อดิจิทัลเข้าถึงทุกมุมชีวิต การฟื้นฟูสภาพจิตใจจึงเป็นโจทย์ที่ยากยิ่งกว่าการฝึกทักษะการตัดสินบนสนาม
หลังความผิดพลาด อิงแลนด์ถูกถอดจากการทำหน้าที่ในพรีเมียร์ลีกนานเกือบ 3 เดือนก่อนจะได้กลับมาตัดสินเกมลีกสูงสุดอีกครั้ง และต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือนครึ่งกว่าจะได้กลับไปทำหน้าที่ VAR ในพรีเมียร์ลีก โดยมีสมาคมฟุตบอลอังกฤษคอยประคับประคองผ่านการลงทำหน้าที่ในเอฟเอคัพร่วมกับไมเคิล โอลิเวอร์ จนกระทั่งความตั้งใจและผลงานที่ยอดเยี่ยมส่งผลให้เขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ VAR ในจังหวะปัญหาเกมเวสต์แฮมพบอาร์เซนอลในเดือนพฤษภาคม และได้ลงทำหน้าที่ตัดสินนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเชลซี 1-0 รวมถึงการได้รับเลื่อนขั้นให้เป็น VAR ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกคู่ระหว่างกาลาตาซารายและสตูตการ์ต
แม้บทบาทผู้ตัดสินในปัจจุบันจะเต็มไปด้วยอุปกรณ์สื่อสารมากมายจนถูกเปรียบเหมือนโรโบคอป และต้องเผชิญกับคำถามจากแฟนบอลหรือผู้ปกครองในสนามเด็กเล่น แต่อิงแลนด์เลือกที่จะไม่เล่นโซเชียลมีเดียเพื่อรักษาโฟกัส และจากการฟื้นตัวจากความผิดพลาดครั้งใหญ่จนเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมอาชีพ ทำให้ฮิว ดอลลาส ผู้อำนวยการกลุ่มผู้ตัดสินมืออาชีพ ได้ยกย่องเขาให้เป็นต้นแบบที่ดีในแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมที่มหาวิทยาลัยลัฟโบโร
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น