ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ดาร์เรน อิงแลนด์: จากความผิดพลาด VAR สู่ต้นแบบผู้ตัดสิน

ย้อนเส้นทาง ดาร์เรน อิงแลนด์ ผู้ตัดสินพรีเมียร์ลีกที่เคยพลาดเคส หลุยส์ ดิอาซ นาน 3 เดือน ก่อนคัมแบ็กคุมเกมเอฟเอคัพและยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Nov 2026ที่มา: BBC Sport3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ดาร์เรน อิงแลนด์: จากความผิดพลาด VAR สู่ต้นแบบผู้ตัดสิน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ดาร์เรน อิงแลนด์ เคยพลาดเคส VAR ของ หลุยส์ ดิอาซ เมื่อ 3 ปีก่อน
  • เผชิญมรสุมข่าวสื่อล้อมโรงเรียนลูกและบ้านพักจนเป็นช่วงเวลาต่ำสุดในชีวิต
  • ปัจจุบันในวัย 40 ปี กลับมาเป็นผู้ตัดสินแถวหน้าและได้คุมเกมชิงเอฟเอคัพ 2026
  • ล่าสุดได้รับเลื่อนขั้นเป็น VAR ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกคู่ กาลาตาซาราย พบ สตูตการ์ต

การทำหน้าที่ผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพเต็มไปด้วยความกดดันทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งไม่มีใครเข้าใจดีไปกว่า ดาร์เรน อิงแลนด์ วัย 40 ปี ผู้ตัดสินชาวอังกฤษที่ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพจนกลับมายืนหยัดได้อย่างสง่างามในปัจจุบัน ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน อิงแลนด์ต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตการทำงาน เมื่อเขาทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินวีดีโอผู้ช่วยหรือ VAR ในเกมระหว่างท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และลิเวอร์พูล

ในเกมดังกล่าว หลุยส์ ดิอาซ แนวรุกของลิเวอร์พูลหลุดเข้าไปยิงประตูแต่ถูกยกธงล้ำหน้า ทว่าภาพช้าในห้อง VAR กลับแสดงให้เห็นชัดเจนว่า ดิอาซ อยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า แต่อิงแลนด์เกิดเสียสมาธิและพูดคำว่า "เช็กเสร็จสิ้น" ออกมา ทำให้ประตูนั้นถูกริบและไม่มีการแก้ไขคำตัดสิน กลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการพรีเมียร์ลีก

soccer referee VAR review monitor screen pitch

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้อิงแลนด์และครอบครัวต้องตกอยู่ภายใต้แสงสปอตไลท์ของสื่อมวลชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ "นั่นคือจุดต่ำสุด จุดต่ำสุดแน่นอนครับ" อิงแลนด์กล่าวถึงช่วงเวลานั้น ซึ่งสร้างความกดดันไม่เพียงแต่กับตัวเขาในฐานะผู้ตัดสิน แต่ยังลามไปถึงภรรยาและลูกสาวที่มีนักข่าวและช่างภาพไปดักรอหน้าโรงเรียน รวมถึงการขุดคุ้ยข้อมูลส่วนตัวในโลกออนไลน์

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

บทเรียนจากกรณีของดาร์เรน อิงแลนด์สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี VAR แม้จะถูกนำมาใช้เพื่อลดความผิดพลาดในสนาม แต่กลับเพิ่มแรงกดดันทางจิตใจมหาศาลให้กับทีมงานห้อง VAR ที่ต้องสื่อสารและตัดสินใจภายใต้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลต่ออนาคตอาชีพ แต่ยังกระทบถึงชีวิตส่วนตัวในยุคที่โซเชียลมีเดียและสื่อดิจิทัลเข้าถึงทุกมุมชีวิต การฟื้นฟูสภาพจิตใจจึงเป็นโจทย์ที่ยากยิ่งกว่าการฝึกทักษะการตัดสินบนสนาม

หลังความผิดพลาด อิงแลนด์ถูกถอดจากการทำหน้าที่ในพรีเมียร์ลีกนานเกือบ 3 เดือนก่อนจะได้กลับมาตัดสินเกมลีกสูงสุดอีกครั้ง และต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือนครึ่งกว่าจะได้กลับไปทำหน้าที่ VAR ในพรีเมียร์ลีก โดยมีสมาคมฟุตบอลอังกฤษคอยประคับประคองผ่านการลงทำหน้าที่ในเอฟเอคัพร่วมกับไมเคิล โอลิเวอร์ จนกระทั่งความตั้งใจและผลงานที่ยอดเยี่ยมส่งผลให้เขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ VAR ในจังหวะปัญหาเกมเวสต์แฮมพบอาร์เซนอลในเดือนพฤษภาคม และได้ลงทำหน้าที่ตัดสินนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะเชลซี 1-0 รวมถึงการได้รับเลื่อนขั้นให้เป็น VAR ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกคู่ระหว่างกาลาตาซารายและสตูตการ์ต

3 เดือนระยะเวลาพักงานในพรีเมียร์ลีก
40 ปีอายุของดาร์เรน อิงแลนด์ปัจจุบัน
6.5 เดือนเวลากว่าจะได้กลับมาห้อง VAR

แม้บทบาทผู้ตัดสินในปัจจุบันจะเต็มไปด้วยอุปกรณ์สื่อสารมากมายจนถูกเปรียบเหมือนโรโบคอป และต้องเผชิญกับคำถามจากแฟนบอลหรือผู้ปกครองในสนามเด็กเล่น แต่อิงแลนด์เลือกที่จะไม่เล่นโซเชียลมีเดียเพื่อรักษาโฟกัส และจากการฟื้นตัวจากความผิดพลาดครั้งใหญ่จนเป็นที่ยอมรับของเพื่อนร่วมอาชีพ ทำให้ฮิว ดอลลาส ผู้อำนวยการกลุ่มผู้ตัดสินมืออาชีพ ได้ยกย่องเขาให้เป็นต้นแบบที่ดีในแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมที่มหาวิทยาลัยลัฟโบโร

ที่มา: BBC Sport

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้