YONT Studio เผยเพลย์ลิสต์เพลงเบื้องหลังงานออกแบบ
สตูดิโอออกแบบในเบอร์ลิน YONT Studio แชร์เพลงและซาวด์แทร็กที่สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานอินทีเรีย อินสตอลเลชัน และโปรเจกต์เทปคาสเซ็ตกับ Telekom Electronic Beats

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- YONT Studio สตูดิโอออกแบบเชื้อสายตุรกีในเบอร์ลิน นำเสียงเพลงมาหลอมรวมเข้ากับงานสถาปัตยกรรมและพื้นที่
- ผลงานล่าสุดร่วมกับ Telekom Electronic Beats นำเสนอเทปคาสเซ็ต 140 ม้วนในเบาะรถยนต์เก่า
- เปิดเผยรายชื่อเพลงโปรดที่ช่วยจุดประกายไอเดียและแก้ปัญหาเวลาคิดงานไม่ออก
YONT Studio ครีเอทีฟสตูดิโอจากกรุงเบอร์ลินที่มีรากเหง้าจากตุรกี มองว่าเสียงเพลงคือเครื่องมือในการสร้างบรรยากาศ ความทรงจำ และกำหนดประสบการณ์ของผู้คนในพื้นที่ต่างๆ ผลงานของสตูดิโอครอบคลุมตั้งแต่งานออกแบบภายใน อินสตอลเลชัน งานวัตถุ และการเล่าเรื่องด้วยภาพ โดยดึงเอาพิธีกรรมในชีวิตประจำวันและช่วงเวลาทางวัฒนธรรมมาเป็นแรงบันดาลใจ
ความเชื่อมโยงระหว่างเสียงและพื้นที่นี้เด่นชัดขึ้นในโปรเจกต์ล่าสุดที่ร่วมมือกับ Telekom Electronic Beats ซึ่งเป็นงานติดตั้งเทปคาสเซ็ตที่ชวนให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับการเดินทางบนถนนแบบไม่มีจุดหมายปลายทาง ผู้เข้าชมสามารถนั่งลงบนเบาะรถยนต์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ ใส่เทปคาสเซ็ต และออกเดินทางโดยไม่ต้องพึ่งฟีดดิจิทัล งานนี้รวบรวมเทปคาสเซ็ตไว้ถึง 140 ม้วน เพื่อเปลี่ยนการฟังให้กลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้และเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในบทสัมภาษณ์ซีรีส์ designboom listens ทางสตูดิโอได้บอกเล่าถึงบทเพลงที่หล่อหลอมโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ ตั้งแต่เพลงป๊อปคิวท์ มิวสิกวิดีโอชวนคิดถึง ไปจนถึงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทดลอง เพลงเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ทีมงานผ่านพ้นช่วงเวลาที่คิดงานไม่ออก แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าเสียงเพลงสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนในแต่ละโปรเจกต์ได้อย่างไร
การนำเสียงเพลงมาผสมผสานกับงานออกแบบเชิงพื้นที่ (Spatial Design) ถือជាแนวทางที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานให้เข้าถึงอารมณ์และเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การใช้สิ่งของยุคอนาล็อกอย่างเทปคาสเซ็ตในยุคดิจิทัลยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์ผ่านสัมผัสทางกายภาพ (Tactile Experience) ที่หาไม่ได้จากการสตรีมเพลงออนไลน์
เมื่อถูกถามถึงเพลงที่สะท้อนถึงแนวทางการทำงาน ทางสตูดิโอเลือกเพลง Immaterial ของศิลปิน Sophie ที่มีความเป็นเควียร์ ขี้เล่น และแปลกใหม่ ส่วนเพลงที่เปิดเพื่อล้างสมองและสร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มโปรเจกต์ใหม่คือ Girl Feels Good ของ FKA Twigs ที่ให้ความรู้สึกเหมือนการเดินทางผ่านป่าลึก
"มันให้ความรู้สึกเหมือนการเริ่มต้นเดินทางผ่านป่า: คุณไม่รู้หรอกว่าข้างหน้ามีอะไร แต่วันนี้คุณพร้อมแล้วที่จะค้นพบมัน"
YONT Studio
สำหรับเพลงยามดึกในสตูดิโอตอนตีสองที่พวกเขาร้องตามได้ทุกคำคือ Dancing on my own ของ Robyn ขณะที่เพลงที่ช่วยกู้สถานการณ์ยามคิดงานไม่ออกคือ One more fluorescent rush ของ Avalon Emerson และเพลงที่ช่วยให้พวกเขาลดความเร็วลงและใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือ Memory Gospel ของ Moby
นอกจากนี้ ผลงานชิ้นเอกที่จุดประกายทุกอย่างของสตูดิโออย่างโปรเจกต์ร้านแผ่นเสียง Torstrasse 220 ก็สะท้อนผ่านเพลง Truth is light ของ Joe Goddard ซึ่งเป็นการหลอมรวมความรักในเสียงเพลง วัตถุ วัสดุ และพื้นที่เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ที่มา: designboom
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น