ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายรับผิดชอบร่วมเยียวยาผู้บริโภค

สคบ. เดินหน้ามาตรการจัดระเบียบสินค้าออนไลน์ เล็งใช้กฎหมายฟ้องแบบกลุ่มหลังพบปัญหาของไม่ตรงปกพุ่ง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
01 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายรับผิดชอบร่วมเยียวยาผู้บริโภค

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ศุภมาส สั่ง สคบ. คุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ หวังแก้ปัญหาสินค้าไม่ตรงปก
  • ชูแนวคิดหลักความรับผิดชอบร่วมให้แพลตฟอร์มต้องร่วมเยียวยาผู้เสียหาย
  • เตรียมศึกษาแนวทางการฟ้องคดีแบบกลุ่มเพื่อลดภาระผู้บริโภครายย่อย
  • สานต่อนโยบายรัฐบาลภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล สร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิจิทัล

ปัญหาการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางดิจิทัลในประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับการจัดระเบียบครั้งใหญ่ หลังจาก น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ออกคำสั่งมอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นตัวแทนขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างจริงจัง เพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนผู้บริโภคที่มักตกเป็นเหยื่อสินค้าไม่ได้มาตรฐาน สินค้าไม่ปลอดภัย หรือสินค้าโฆษณาเกินจริงแล้วไม่ได้รับการเยียวยา

การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติ ภายใต้โครงการแก้ไขปัญหาด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเชิงบูรณาการ ประเด็นสินค้าออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยมี ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ และ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. เข้าร่วมรับข้อสั่งการเพื่อนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ

การผลักดันหลักความรับผิดชอบร่วมหรือ Shared Responsibility ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกำกับดูแลอีคอมเมิร์ซไทย เนื่องจากที่ผ่านมาภาระการตรวจสอบมักตกอยู่กับตัวผู้บริโภคหรือภาครัฐในการตามหาตัวผู้ขายรายย่อย การดึงเอาแพลตฟอร์มตัวกลางซึ่งได้รับประโยชน์จากส่วนแบ่งรายได้และค่าธรรมเนียมเข้ามามีส่วนรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย จะช่วยบีบให้เจ้าของแพลตฟอร์มต้องคัดกรองร้านค้าอย่างไร้รอยต่อมากขึ้นคล้ายกับโมเดลการกำกับดูแลในต่างประเทศ

smartphone online shopping digital marketplace

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

น.ส.ศุภมาส ระบุชัดเจนว่า การแก้ปัญหาจะไม่สามารถมุ่งเป้าไปที่ตัวผู้ค้าปลีกรายย่อยเพียงฝ่ายเดียวได้อีกต่อไป เนื่องจากแพลตฟอร์มดิจิทัลทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในการเชื่อมโยงและกอบโกยผลประโยชน์จากธุรกรรมเหล่านี้ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องผลักดันกฎหมายเพื่อสร้าง หลักความรับผิดชอบร่วม (Shared Responsibility) ให้แพลตฟอร์มมีหน้าที่ทั้งป้องกัน ระงับ และเยียวยาความเสียหายจากสินค้าผิดกฎหมาย พร้อมทั้งมีมาตรการจัดการร้านค้ากระทำผิดอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าในปัจจุบัน สคบ. จะยังมีข้อจำกัดทางกฎหมายในการสั่งปิดหรือระงับการให้บริการแพลตฟอร์มโดยตรงก็ตาม

“เป้าหมายสำคัญของนโยบายนี้ไม่ใช่การเพิ่มภาระให้แก่ภาคธุรกิจ แต่เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค เพื่อให้ประชาชนซื้อขายสินค้าออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ”

ศุภมาส อิศรภักดี

นอกจากนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้ สคบ. ทำการศึกษาแนวทางการใช้กระบวนการ ฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) สำหรับรองรับกรณีที่ผู้บริโภคจำนวนมากเผชิญความเสียหายรูปแบบเดียวกัน เพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาของผู้เสียหายรายย่อย พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลด้านการค้าออนไลน์และธุรกิจขายตรง เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนให้มีตัวชี้วัดหรือ KPIs ที่ชัดเจนภายใต้นโยบายของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้