ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ภาพ เจฟ เบโซส์ และ เจสัน สเตธัม มีผมดก เป็นของปลอม

ภาพไวรัลบน X และ Threads ที่อ้างว่า เจฟ เบโซส์ และ เจสัน สเตธัม ไปปลูกผมมา แท้จริงเป็นภาพตัดต่อจากปี 2023 และ 2011

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Nov 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
ภาพ เจฟ เบโซส์ และ เจสัน สเตธัม มีผมดก เป็นของปลอม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ภาพไวรัลของ เจฟ เบโซส์ และ เจสัน สเตธัม ที่มีผมดกหนาเป็นภาพตัดต่อทั้งหมด
  • การตรวจสอบทำได้โดยใช้ Google Reverse Image Search ซึ่งพบภาพต้นฉบับจากปี 2023 และ 2011
  • การปลูกผมจริงไม่สามารถทำได้ในผู้ที่มีศีรษะล้านสนิทเนื่องจากไม่มีผมบริจาคเพียงพอ

ในยุคที่การสร้างภาพลวงตาด้วยเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องง่าย ภาพถ่ายปาปารัสซี่ที่ผ่านการตัดต่อคือเครื่องเตือนใจว่าอย่าเพิ่งปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็นบนโลกออนไลน์ ผู้ก่อตั้ง Amazon อย่าง เจฟ เบโซส์ และนักแสดงชื่อดัง เจสัน สเตธัม มีจุดเด่นร่วมกันคือความโล้นเลี่ยนของศีรษะ ซึ่งความจริงข้อนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าช่วงที่ผ่านมามีภาพของทั้งคู่ถูกเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม X, Threads และ Bluesky โดยที่ทั้งสองคนมีเส้นผมดกหนาอย่างเห็นได้ชัด

แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าภาพเหล่านี้มียอดการแชร์สูงเพียงใด แต่ก็ปรากฏให้เห็นในฟีดโซเชียลมีเดียของทีมงาน The Verge หลายคน ผู้ใช้งานบางรายที่นำภาพเหล่านี้ไปแชร์ต่ออ้างว่า หรืออาจถูกหลอกให้เชื่อจริงๆ ว่าเบโซส์และสเตธัมได้เข้ารับการผ่าตัดปลูกผม เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ทำให้การตัดต่อภาพหรือสร้างภาพปลอมทำได้ง่ายและเนียนตาขึ้น ประกอบกับระบบตรวจ

social media smartphone screen technology office

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ป้ายกำกับ AI บนโซเชียลมีเดียที่ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ทำให้ผู้ใช้งานเสี่ยงถูกหลอกได้ง่ายหากไม่ระแวดระวัง

ผู้สื่อข่าวของ The Verge ได้นำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบผ่านเครื่องมือ Google Reverse Image Search และพบความจริงอย่างรวดเร็ว:

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

  • ภาพของ เจฟ เบโซส์: พบภาพต้นฉบับที่สวมชุดเดียวกันและมีฉากหลังเหมือนกัน แต่ไม่มีผม โดยภาพต้นฉบับถูกถ่ายไว้ในปี 2023 พร้อมเครดิตลายน้ำ
  • ภาพของ เจสัน สเตธัม: การค้นหาทำได้ง่ายยิ่งขึ้นโดยพบภาพต้นฉบับที่ช่างภาพปาปารัสซี่บันทึกไว้ตั้งแต่ปี 2011

การระบาดของภาพตัดต่อคนดังบนโซเชียลมีเดียสะท้อนให้เห็นถึงแรงจูงใจเบื้องหลังการสร้างคอนเทนต์เพื่อปั๊มยอดการมีส่วนร่วม (Engagement) ซึ่งในปัจจุบันสามารถแปลงเป็นรายได้ให้กับผู้ใช้งานบางกลุ่มได้ ปัญหาสำคัญคือระบบตรวจจับ Content Credentials หรือ SynthID ในภาพเหล่านี้มักไม่พบร่องรอย ทำให้ผู้บริโภคข่าวสารต้องพึ่งพาทักษะการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเองเป็นหลักผ่านเครื่องมือค้นหาภาพย้อนกลับ

นอกจากหลักฐานจากภาพต้นฉบับแล้ว ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ยังสนับสนุนว่าทั้งเบโซส์และสเตธัมไม่น่าจะสามารถเข้ารับการศัลยกรรมปลูกผมได้:

  • การปลูกผมจำเป็นต้องใช้ผมบริจาคจากบริเวณท้ายทอยและด้านข้างศีรษะเพื่อนำมาปลูกถ่าย
  • ผู้ป่วยมักมีอาการบวมที่ใบหน้าอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ซึ่งเบโซส์ไม่มีร่องรอยดังกล่าว
  • การใส่วิกหรือระบบเส้นผมอื่นๆ ก็ดูเป็นไปได้ยากสำหรับบุคคลระดับมหาเศรษฐีที่จะปล่อยให้ผลงานออกมาดูแปลกตา

เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภาพตัดต่อสร้างความเข้าใจผิดบนโลกออนไลน์ โดยก่อนหน้านี้เคยมีภาพไวรัลของสมเด็จพระสันตะปาปาสวมเสื้อแจ็คเก็ตแฟชั่น รวมถึงการตัดต่อภาพปาปารัสซี่ของคนดังอย่าง คัลลัม เทอร์เนอร์, แฮร์รี สไตลส์ และโนอาห์ ชนาปป์ ให้เปลือยท่อนบน ซึ่งจุดประสงค์หลักมักทำขึ้นเพื่อเรียกยอดไลก์และรีโพสต์จากความสนใจของผู้ชม

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้