Bruno Fernandes ย้ำแมนยูฯ ต้องสู้เองหลังพลิกชนะ 3-2
กัปตันทีม Manchester United วัย 32 ปี ออกโรงระบุทีมไม่มีหน้าที่ช่วยรักษาเก้าอี้ให้ใคร หลังพาทีมคัมแบ็กจากตามหลัง 0-2 กลับมาชนะ 3-2 ยุติสถิติไร้ชัย 9 นัด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Manchester United พลิกกลับมาชนะ 3-2 หลังตามหลัง 0-2
- Bruno Fernandes ยิงจุดโทษนาทีที่ 58 จุดประกายคัมแบ็ก
- ชัยชนะนี้ช่วยยุติสถิติไม่ชนะใครติดต่อกันยาวนานถึง 9 นัด
- กัปตันทีมยืนยันไม่มีหน้าที่ต้องช่วยรักษาตำแหน่งให้ใคร
Manchester United สร้างผลงานสุดระทึกด้วยการพลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังอยู่ 0-2 กลับมาเอาชนะคู่แข่งไปได้ 3-2 ในครึ่งหลัง ส่งผลให้พวกเขาสามารถยุติสถิติอันย่ำแย่ที่ไร้ชัยชนะติดต่อกันถึง 9 นัดลงได้สำเร็จ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ Bruno Fernandes กัปตันทีมวัย 32 ปี เคยถูกดร็อปเป็นตัวสำรองหลังออกมาวิจารณ์แทกติกของ Michael Carrick ผู้จัดการทีมอย่างเปิดเผยภายหลังเกมพ่าย Como 4-1 ก่อนจะได้กลับคืนสู่ตัวจริงในเกมพ่าย Chelsea และมาระเบิดฟอร์มเก่งในนัดล่าสุดนี้
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในนาทีที่ 58 เมื่อ Fernandes สังหารลูกจุดโทษเข้าไปสำเร็จ ซึ่งลูกยิงนี้กลายเป็นชนวนสำคัญที่ปลุกเร้าการคัมแบ็กอันเหลือเชื่อ ช่วยลดแรงกดดันที่ถาโถมใส่กุนซือ Michael Carrick ลงไปได้มาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"The club needed that win, the players needed that win. We have been working so hard to get out of this situation all together."
Bruno Fernandes
กองกลางชาวโปรตุกีสกล่าวเพิ่มเติมกับสื่อหลังเกมว่า สโมสรและนักเตะต่างต้องการชัยชนะนัดนี้อย่างมาก เพราะทุกคนทำงานกันอย่างหนักเพื่อพาตัวเองหลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน
การให้สัมภาษณ์และสถานการณ์ภายในทีม Manchester United สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันมหาศาลที่สโมสรระดับท็อปต้องเผชิญเมื่อผลงานในสนามไม่เป็นไปตามเป้า การที่กัปตันทีมออกมายอมรับถึงกระบวนการตัดสินใจของสโมสรและผู้จัดการทีมแสดงถึงความพยายามในการควบคุมบรรยากาศห้องแต่งตัวให้กลับมามีสมาธิกับการแข่งขันอีกครั้ง
เมื่อถูกถามถึงประเด็นการดร็อปเป็นตัวสำรองก่อนหน้านี้ Fernandes ย้ำชัดเจนว่าหากการพักแข้งของเขาเป็นการลงโทษจากคำพูดที่เคยวิจารณ์ออกไป นั่นก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะผู้จัดการทีมมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจ และทีมไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปช่วยเซฟเก้าอี้ให้ใคร
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น