เอ็ด มิลิแบนด์ ยันคำขอโทษค้าทาสไม่เพิ่มภาระภาษีคนอังกฤษ
รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร เอ็ด มิลิแบนด์ ยืนยันการพิจารณาขอโทษประวัติศาสตร์ค้าทาสจะไม่กระทบเงินภาษีประชาชน พร้อมเล็งจัด G20 เดือนพฤศจิกายน 2027

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เอ็ด มิลิแบนด์ ยืนยันว่าการพิจารณาขอโทษเรื่องการค้าทาสจะไม่ทำให้ผู้เสียภาษีชาวอังกฤษต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
- นายกรัฐมนตรีระบุชัดเจนว่าสหราชอาณาจักรจะไม่มีการจ่ายเงินเยียวยาให้กับประเทศที่ได้รับผลกระทบ
- รัฐบาลเริ่มกระบวนการพูดคุยแบบมีโครงสร้างกับประเทศที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะประกาศขอโทษอย่างเป็นทางการช่วงประชุม G20 ที่แมนเชสเตอร์ พฤศจิกายน 2027
- รัฐบาลชุดปัจจุบันระบุว่าอดีตนายกฯ โทนี แบลร์ เคยแสดงความเสียใจแต่ถูกลดทอนความจริงจังลงในอดีต
เอ็ด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร ออกมาเปิดเผยจากประเทศแอนติกาว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางในการกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการต่อบทบาทของสหราชอาณาจักรในอดีตเกี่ยวกับการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก โดยเขายืนยันอย่างหนักแน่นว่ากระบวนการดังกล่าวจะไม่ส่งผลให้ผู้เสียภาษีชาวอังกฤษต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหรือภาษีที่เพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด
แม้ว่าผู้นำรัฐบาลจะเคยประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่าสหราชอาณาจักรไม่มีนโยบายจ่ายเงินชดเชยหรือเงินเยียวยาให้กับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากประวัติศาสตร์ดังกล่าว แต่การดำเนินนโยบายรอบใหม่นี้ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการใช้เม็ดเงินงบประมาณบางส่วนสำหรับการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเครือจักรภพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
มิลิแบนด์ได้กล่าวถึงอดีตนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ โดยระบุว่าในอดีตเคยมีลักษณะการแสดงความเสียใจแบบครึ่งๆ กลางๆ ที่เรียกว่าสถานการณ์ขอโทษแบบไม่เต็มปาก ซึ่งสุดท้ายก็ถูกทางสำนักนายกรัฐมนตรีหรือบ้านเลขที่ 10 ดึงข้อความกลับไปในที่สุด แนวทางดังกล่าวเคยถูกหยิบยกมาพูดถึงอีกครั้งในการสนทนาระหว่าง แอนดี้ เบิร์นแฮม และ มีอา ม็อตต์ลีย์ นายกรัฐมนตรีแห่งบาร์เบโดส
การพิจารณาขอโทษเรื่องการค้าทาสข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกถือเป็นประเด็นอ่อนไหวและมีความซับซ้อนทางการเมืองระหว่างประเทศมายาวนานหลายทศวรรษ การที่รัฐบาลอังกฤษพยายามหาจุดสมดุลระหว่างการแสดงความรับผิดชอบทางศีลธรรมต่ออดีตกับการปกป้องผลประโยชน์ของผู้เสียภาษีในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางการทูตจากประเทศในเครือจักรภพ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศแคริบเบียนที่เรียกร้องความยุติธรรมทางประวัติศาสตร์มาโดยตลอด
นอกจากนี้ มิลิแบนด์ยังกล่าวอีกว่าตัวเขาและเบิร์นแฮมต้องเข้ามารับช่วงต่อปัญหาความยุ่งยากที่เกิดขึ้นจากการประชุมประมุขแห่งรัฐเครือจักรภพ หรือ CHOGM ครั้งล่าสุดที่จัดขึ้น ณ ประเทศซามัว เมื่อสองปีก่อน ซึ่งทางด้านเบิร์นแฮมระบุในเวลาต่อมาว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีความเปิดกว้างอย่างเต็มที่ในการกล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการ
"ผู้ที่รอดชีวิตจากการเดินทางครั้งนั้นต้องเผชิญกับสภาพความเป็นหน้าที่เลวร้าย การได้อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพบนเรือและการเดินทางมาถึงแคริบเบียนกับอเมริกาเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง"
เอ็ด มิลิแบนด์
ปัจจุบันเหล่ารัฐมนตรีได้เริ่มต้นสิ่งที่เรียกว่าการเจรจาที่มีโครงสร้างร่วมกับประเทศที่ได้รับผลกระทบ โดยมีความคาดหวังว่าคำขอโทษอย่างเป็นทางการอาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ณ เมืองแมนเชสเตอร์ ในเดือนพฤศจิกายน 2027 ซึ่งมิลิแบนด์เปิดเผยว่าตนได้ขอให้มีการรวบรวมบันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการมีส่วน
กระบวนการทั้งหมดนี้ถูกคาดหวังว่าจะช่วยสร้างพื้นที่ใหม่ๆ ให้ประชาคมเครือจักรภพสามารถหันไปมุ่งเน้นความร่วมมือในด้านอื่นๆ ต่อไปได้ โดยในส่วนของพระราชสำนักเคยออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าบทบาทของพระมหากษัตริย์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายแต่อย่างใด
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น