ข้ามไปเนื้อหาหลัก

แผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทย 2032 ตั้งเป้ารายได้ 4 ล้านล้านบาท

แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ 4 มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้แตะ 4 ล้านล้านบาทภายในปี 2032 ท่ามกลางจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
04 Nov 2026ที่มา: Skift3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
แผนยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทย 2032 ตั้งเป้ารายได้ 4 ล้านล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ตั้งเป้ารายได้การท่องเที่ยวไทย 4 ล้านล้านบาท (ประมาณ 1.18 แสนล้านดอลลาร์) ภายในปี 2032
  • รายได้คาดว่าจะเติบโตขึ้น 48% จากตัวเลข 2.7 ล้านล้านบาทในปี 2025 โดยต้องเติบโตปีละประมาณ 5.8%
  • จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเผชิญภาวะลดลงติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยรัฐบาลปรับลดคาดการณ์ปี 2026 เหลือ 33 ล้านคน
  • แผนยุทธศาสตร์ยังขาดงบประมาณและกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการสร้างท่าเรือสำราญและมารีน่า

รัฐบาลไทยได้ร่างแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ซึ่งกำหนดเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศให้ได้ไม่ต่ำกว่า 4 ล้านล้านบาท หรือราว 1.18 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2032 ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่ารายได้รวม 2.7 ล้านล้านบาทในปี 2025 อยู่ประมาณ 48% นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังตั้งเป้าผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นไปติดอันดับ 1 กันใน 30 อันดับแรกของดัชนีการพัฒนาการเดินทางและการท่องเที่ยวจากเวิลด์อีโนมิคฟอรัมอีกด้วย

เป้าหมายรายได้ที่ทะเยอทะยานนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยกำลังเผชิญแนวโน้มลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2025 ปรับตัวลดลง 7.2% สู่ระดับ 32.9 ล้านคน และลดลงต่อเนื่องอีก 4.1% นับถึงวันที่ 17 ตุลาคม ส่งผลให้ทางการไทยต้องปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวสำหรับปี 2026 ลงเหลือ 33 ล้านคน จากเดิมที่เคยประเมินไว้ที่ 36.7 ล้านคน

Thailand modern cruise terminal marina port harbor view

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ภายใต้แผนพัฒนาฉบับใหม่ รัฐบาลจึงเลือกปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยวมาเป็นการเน้นมูลค่าทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้น ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือสำราญและเรือยอร์ช การดึงดูดตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง การจัดอีเวนต์ รวมถึงการกระจายรายได้ไปสู่เมืองรองและชุมชนต่างๆ นอกเหนือจากกรุงเทพมหานครและเมืองชายทะเล

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

4 ล้านล้านบาทเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี 2032
48%เพิ่มขึ้นจากปี 2025
33 ล้านคนคาดการณ์นักท่องเที่ยวปี 2026

อย่างไรก็ตาม ภาคส่วนการท่องเที่ยวทางเรือสำราญและเรือยอร์ชซึ่งถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนรายได้สำคัญ กลับยังคงขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ทางการระบุว่าประเทศไทยยังต้องการท่าเรือสำราญและมารีน่าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการที่เติบโต โดยได้มอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการร่างกรอบโครงสร้างพื้นฐานขึ้นมา

การเปลี่ยนผ่านยุทธศาสตร์จากการไล่ล่าตัวเลขนักท่องเที่ยวสู่การเน้นรายได้และมูลค่าการใช้จ่ายต่อหัว ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายสำหรับภาคบริการของไทย เนื่องจากอัตราการเข้าพักในโรงแรมระดับหรูและระดับบนของภูเก็ตได้ปรับลดลงจาก 84.1% เหลือ 80% ขณะที่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยลดลง 4% สะท้อนให้เห็นว่าอำนาจการกำหนดราคายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ประกอบกับความท้าทายเรื่องตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงจาก 11 ล้านคนในปี 2019 เหลือเพียง 4.4 ล้านคนในปี 2025 ทำให้รัฐบาลต้องหันไปโฟกัสตลาดระยะใกล้กลุ่มอื่น เช่น ไต้หวัน เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์แทน

นอกจากนี้ แผนพัฒนาดังกล่าวระบุถึงการปรับปรุงกฎระเบียบการเดินทางและการอำนวยความสะดวก เช่น การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยว 450 บาท หรือราว 13 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ตั้งเป้าไว้ในไตรมาสแรกของปี 2027 การเร่งกระบวนการขอวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ และการลดระยะเวลารอคอยของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินสุวรรณภูมิ แม้ว่านักวิเคราะห์จะมองว่าเป้าหมายรายได้ทำได้ง่ายกว่าเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวในภาวะเงินเฟ้อ แต่ตัวร่างแผนงานในปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดงบประมาณที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีไทม์ไลน์การก่อสร้างท่าเรือและมารีน่าที่ระบุไว้อย่างเป็นรูปธรรม

ที่มา: Skift

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้