ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Google ถูกวิจารณ์หนัก ปิดระบบค้นหาสำหรับโรงเรียนแบน AI

กูเกิลเจอเสียงต้านเดือดหลังประกาศโรงเรียนที่ใช้ซอฟต์แวร์ K-12 จะเข้าถึง Google Search ไม่ได้ เว้นแต่จะยอมใช้เครื่องมือ AI

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
05 Nov 2026ที่มา: TechCrunch3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Google ถูกวิจารณ์หนัก ปิดระบบค้นหาสำหรับโรงเรียนแบน AI

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • กูเกิลประกาศนโยบายใหม่ให้โรงเรียนกลุ่ม K-12 ต้องยอมรับการใช้ AI จึงจะใช้งาน Google Search ได้
  • นักการเมืองและอดีตเจ้าหน้าที่รัฐวิจารณ์ว่าเป็นพฤติกรรมผูกขาดและบีบบังคับสถาบันการศึกษา
  • กูเกิลชี้แจงว่าระบบ AI และ Search ปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นเพื่อให้โรงเรียนเลือกเปิดเฉพาะส่วนได้

กูเกิล (Google) เผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเมื่อวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2026 หลังจากประกาศแผนงานว่า โรงเรียนที่ใช้ซอฟต์แวร์สำหรับการศึกษาในระดับ K-12 จะไม่สามารถใช้งานระบบค้นหาหรือ Google Search ได้อีกต่อไป เว้นแต่ทางโรงเรียนจะยินยอมเปิดใช้งานเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กันไปด้วย

คริส ฟิลลิปส์ (Chris Phillips) รองประธานฝ่ายการศึกษาของกูเกิล ได้ชี้แจงกับสื่อเดอะนิวยอร์กไทม์ส (The New York Times) ว่าระบบการค้นหาและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้หากโรงเรียนใดปฏิเสธการใช้เครื่องมือ AI อย่างเจมิไน (Gemini) นักเรียนในโรงเรียนนั้นจะไม่สามารถเข้าถึงระบบค้นหาได้ และจะพบข้อความแจ้งเตือนจากทางโรงเรียนแทนว่าบริการดังกล่าวไม่พร้อมใช้งาน

corporate seminar meeting room presentation

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

แม้ประกาศดังกล่าวจะถูกปล่อยออกมาในช่วงวันเลือกตั้งที่มีความวุ่นวาย แต่บรรดานักการเมืองฝ่ายซ้ายหลายคนก็ได้ออกมาแสดงความกังวลใจต่อเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว โดยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมากล่าวประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการข่มขู่สถาบันการศึกษา พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการระงับการใช้งาน AI ทันที เช่นเดียวกับลีนา คาน (Lina Khan) อดีตประธานคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐสหรัฐฯ (FTC) และนักเคลื่อนไหวต่อต้านการผูกขาด ที่ออกมาประณามการตัดสินใจของกูเกิลว่าเป็นการกระทำที่ต่อต้านการแข่งขันทางการค้า

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

นโยบายดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในการผลักดันให้เครื่องมือ AI กลายเป็นมาตรฐานบังคับผ่านแพลตฟอร์มที่มีฐานผู้ใช้อยู่แล้วอย่างมหาศาล ท่ามกลางความกังวลของนักกฎหมายและนักการศึกษาว่าการผูกขาดบริการพื้นฐานอาจลดทางเลือกของผู้บริโภคและสถาบันการศึกษาลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะเดียวกัน โซห์ราน มามดานี (Zohran Mamdani) นายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ก ได้กล่าวหาว่ากูเกิลกำลังใช้อำนาจจากการผูกขาดบริการค้นหาเพื่อบีบบังคับให้โรงเรียนหันมาใช้ AI พร้อมระบุว่าไม่มีบริษัทใดควรมีอำนาจในการกำหนดวิธีการสอนหนังสือให้กับเด็กๆ ในทางกลับกัน ฝ่ายการศึกษายังมีความกังวลว่าฟีเจอร์ AI Overviews ที่ติดมากับระบบค้นหาอาจทำให้เด็กๆ ขาดแรงจูงใจในการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ประกอบกับนักเรียนนับล้านคนถูกบังคับให้ใช้ Chromebook และเครื่องมือการศึกษาของกูเกิลเป็นทุนเดิม ทำให้การเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือค้นหาอื่นไม่ใช่เรื่องง่าย

ทางด้านกูเกิลได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบโต้กระแสดังกล่าว โดยระบุว่าบริษัทได้รับฟังเสียงสะท้อนจากบรรดาครูอาจารย์และผู้บริหารสถานศึกษา จึงได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ AI ทั้งหมดปิดการใช้งานไว้เป็นค่าเริ่มต้น (Off by default) เพื่อให้โรงเรียนสามารถเลือกเปิดใช้งานเฉพาะเจาะจงได้ ไม่ว่าจะเป็น Gemini, Gemini Notebook หรือ Search แยกออกจากกันตามความต้องการ

ที่มา: TechCrunch

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้