เอกนิติ-บีโอไอ นำทัพบุกญี่ปุ่น 18-20 พ.ย. 2569 ดึงลงทุนชิป
รองนายกฯ เอกนิติ นำคณะบีโอไอและผู้นำ 3 สภาธุรกิจไทยเยือนญี่ปุ่น 18-20 พ.ย. 2569 ดึงลงทุนชิป ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รองนายกฯ เอกนิตินำทีมบีโอไอและ 3 สภาธุรกิจไทยเยือนญี่ปุ่น 18-20 พ.ย. 2569
- พบผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น 6 รายใหญ่ หารือปรับโครงสร้างภาษีและยานยนต์สมัยใหม่
- ผนึกกำลังสมาพันธ์ธุรกิจ Keidanren จัดงาน Thailand-Japan Investment Dialogue 2026
- เผยตัวเลขนักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนปี 2568 กว่า 113,700 ล้านบาท
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เตรียมนำคณะผู้บริหารคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมศุลกากร และผู้นำองค์กรธุรกิจชั้นนำจาก 3 สถาบัน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย รวมถึงผู้ประกอบการไทยกว่า 40 คน เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2569 นี้ เพื่อตอกย้ำความสัมพันธ์ฐานะหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นมายาวนานกว่า 50 ปี
ภารกิจสำคัญครั้งนี้มุ่งสร้างความเชื่อมั่นแก่กลุ่มนักลงทุนแดนปลาดิบ พร้อมยกระดับฐานอุตสาหกรรมและการลงทุนในประเทศไทยไปสู่กลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง โดยคณะมีกำหนดเข้าพบผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่นทั้ง 6 ค่ายที่มีฐานการผลิตในไทย ประกอบด้วย โตโยต้า ฮอนด้า อีซูซุ มิตซูบิชิ มาสด้า และนิสสัน เพื่อนำเสนอมาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม พร้อมรับฟังทิศทางธุรกิจและแผนการลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่
จุดเด่นของการเยือนญี่ปุ่นในรอบนี้คือการผนึกกำลังกันเป็นครั้งแรกของ 3 องค์กรธุรกิจไทยในการเดินทางร่วมกับภาครัฐ เพื่อพบปะกับสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่นหรือ Keidanren องค์กรเศรษฐกิจทรงอิทธิพลที่สุดของประเทศ โดยบีโอไอและ Keidanren จะร่วมกันจัดงานประชุมใหญ่ Thailand-Japan Investment and Business Dialogue 2026 เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนทั้งสองประเทศได้แลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมมือกันใน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า xEV พร้อมชิ้นส่วน, ห่วงโซ่อุปทานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่และอุปกรณ์ระบบส่งจ่ายพลังงาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การเยือนญี่ปุ่นของคณะภาครัฐและเอกชนไทยชุดนี้นับเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่สำคัญอย่างยิ่งท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ของไทยพึ่งพิงเม็ดเงินลงทุนจากญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน การที่ภาครัฐขยับตัวเร็วดึงมือภาคเอกชนรายใหญ่ทั้ง 3 สถาบันไปร่วมโต๊ะเจรจาพร้อมกันกับ Keidanren จะช่วยให้การแก้ปัญหาโครงสร้างภาษีและการผลักดันเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การพบปะตามพิธีการ
นอกจากนี้ คณะยังมีกำหนดการเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น หรือ METI รวมถึงประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JETRO และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เพื่อหารือเรื่องความมั่นคงทางพลังงานและการใช้กลไกนโยบาย POWERR Asia ของรัฐบาลญี่ปุ่นในการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในประเทศไทย
ทั้งนี้ ข้อมูลจากบีโอไอบ่งชี้ว่าในปี 2568 มีนักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนรวม 302 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 113,700 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีโครงการจากญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมแล้ว 192 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 45,400 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล เกษตรและอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น