นายกฯ สรุปผลเลือกตั้งสหรัฐฯ มุ่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ
นายกรัฐมนตรีแถลงหลังพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยมุ่งเน้นแก้ปัญหาค่าครองชีพและผลกระทบจากสงครามอิหร่าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์จากซัมมิตผู้นเครือจักรภพหลังเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
- พรรครีพับลิกันของโดนัลด์ ทรัมป์ พ่ายแพ้อย่างหนักเนื่องจากปัญหาราคาพลังงาน
- รัฐบาลอังกฤษมุ่งผลักดันการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพเป็นวาระหลักตลอดสามเดือนแรก
- ความกังวลเรื่องการโจมตีอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อแผนยุทธศาสตร์ 10 ปีของรัฐบาล
หลังจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐอเมริกาที่พรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้อย่างหนัก ผู้นำรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ออกมาแสดงมุมมองต่อสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนอย่างจริงจังในเวลานี้
ระหว่างการกล่าวกับสื่อมวลชนที่การประชุมสุดยอดผู้นำเครือจักรภพ นายกรัฐมนตรีระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางและยูเครนเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งคลี่คลาย โดยยอมรับว่ายังไม่สามารถบรรเทาแรงกดดันด้านค่าครองชีพได้ตราบใดที่ความขัดแย้งของสหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่ยุติลงอย่างสมบูรณ์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในฝั่งของสหรัฐฯ ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับว่าราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านมีส่วนทำให้พรรคของตนพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ขณะที่แอนดี้ เบิร์นแฮม ออกมาให้ความเห็นว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในสหรัฐฯ ต้องการเห็นโลกหันมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของทุกคนอย่างแท้จริง
"President Trump has accepted the results, and I feel the world has an opportunity now to unite around the issue that is affecting us all, and that's the cost of living."
Andy Burnham
ขณะเดียวกัน ในการประชุมกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีที่ไม่มีตัวจริงร่วมประชุม หลุยส์ เฮก รัฐมนตรีประจำสำนักงานคณะรัฐมนตรี ได้แสดงความกังวลว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจมีการวางแผนโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลประสานเสียงร่วมกับพันธมิตรเพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าไม่ควรมีการโจมตีเกิดขึ้นอีก
วิเคราะห์เพิ่มเติม: ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ มักเป็นตัวชี้วัดความนิยมกลางเทอมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และการที่พรรครีพับลิกันเสียที่นั่งจำนวนมากสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับนโยบายต่างประเทศและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การที่ผู้นำยุโรปต้องออกมาตอบสนองต่อเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าเสถียรภาพทางการเมืองในสหรัฐฯ มีผลกระทบลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจโลกและค่าครองชีพในต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของพรรคเดโมแครตจะมีอำนาจในการจำกัดงบประมาณ แต่โดนัลด์ ทรัมป์ ก็ยังมีอำนาจเบ็ดเสร็จในด้านนโยบายต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลอังกฤษต้องจับตาอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวต้องสะดุดลง
ที่มา: BBC Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น