รัดเกล้า ชูปฏิรูปโทษปรับคดีเล็ก ดึงโมเดลเยอรมนีแก้วิกฤตคุกล้น
รัดเกล้า สุวรรณคีรี เสนอยกเครื่องกฎหมายโทษปรับคดีอาญาเล็กน้อย พร้อมชูโมเดล Day Release จากเยอรมนี ให้ผู้ต้องขังทำงานบริการสังคมแก้ปัญหาเรือนจำแออัด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รัดเกล้า สุวรรณคีรี ผลักดันการปฏิรูปโทษปรับในคดีอาญาความผิดเล็กน้อย
- เสนอเปลี่ยนโทษกักขังเป็นการทำงานบริการสังคมเพื่อลดความแออัดในเรือนจำ
- นำต้นแบบ Day Release จากประเทศเยอรมนีมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทไทย
- มุ่งเน้นการคืนคนดีสู่สังคมและลดงบประมาณภาครัฐในการดูแลผู้ต้องขัง
นางสาวรัดเกล้า สุวรรณคีรี ได้ออกมาแสดง,วิสัยทัศน์ครั้งสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย โดยมุ่งเป้าไปที่การแก้ไขปัญหาความแออัดภายในเรือนจำ ซึ่งถือเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังและการบริหารจัดการของรัฐ โดยเธอได้หยิบยกแนวทางจากต่างประเทศมาเป็นแนวทางในการปรับปรุงกฎหมายและการลงโทษสำหรับคดีอาญาที่มีความรุนแรงน้อย
แนวคิดดังกล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทบทวนอัตราโทษปรับและรูปแบบการลงโทษในปัจจุบัน ซึ่งพบว่ามีผู้ต้องขังจำนวนมากในคดีความผิดลหุโทษหรือคดีเล็กน้อยที่ต้องถูกคุมขังเพียงเพราะไม่สามารถชำระค่าปรับได้ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มภาระงบประมาณแผ่นดิน แต่ยังเป็นการตัดโอกาสในการกลับตัวเป็นพลเมืองดีของประชาชนอีกด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สำหรับการแก้ปัญหาดังกล่าว นางสาวรัดเกล้าได้เสนอให้นำโมเดล Day Release หรือระบบการปล่อยตัวชั่วคราวในเวลากลางวันเพื่อให้ผู้ต้องขังออกไปทำงานบริการสังคมหรือประกอบอาชีพสุจริต มาประยุกต์ใช้กับระบบกฎหมายไทย โดยมีต้นแบบความสำเร็จจากประเทศเยอรมนีที่ช่วยให้ผู้ต้องขังสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมภายนอกได้ดีขึ้นก่อนพ้นโทษจริง
"การปฏิรูปโทษปรับและนำโมเดล Day Release มาใช้ จะช่วยลดจำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้โอกาสพวกเขาได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม"
รัดเกล้า สุวรรณคีรี
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้มีการพิจารณามาตรการทางเลือกอื่นๆ เช่น การใช้กำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ควบคู่กับการทำงานบริการสาธารณะ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับบทเรียนโดยไม่ต้องตัดขาดจากครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะช่วยลดอัตราการกระทำผิดซ้ำได้อย่างยั่งยืน
บริบทเพิ่มเติม: โมเดล Day Release หรือระบบกึ่งอิสรภาพ เป็นมาตรการที่หลายประเทศพัฒนาแล้วใช้เพื่อลดผลกระทบทางจิตวิทยาจากการถูกจองจำในระยะยาว การให้ผู้ต้องขังออกไปทำงานนอกเรือนจำในเวลากลางวันและกลับเข้ามาในยามค่ำคืน ช่วยรักษาสายสัมพันธ์ในครอบครัวและเตรียมความพร้อมด้านอาชีพ ซึ่งแตกต่างจากการคุมขังแบบดั้งเดิมที่มักทำให้ผู้ต้องขังสูญเสียโอกาสทางสังคมโดยสิ้นเชิง
ข้อเสนอแนะทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการผลักดันเพื่อนำไปสู่การศึกษาความเป็นไปได้ในการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากหน่วยงานภาครัฐที่ 3 เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น