เจาะลึก Black Friday 2026: กำหนดการและดีลเด็ดห้ามพลาด
เตรียมตัวรับมือเทศกาลช้อปปิ้ง Black Friday เริ่ม 27 พ.ย. 2026 พร้อมส่องดีลลดราคาสุดคุ้มทั้งหูฟัง Sony, หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Eufy และ MacBook Air

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Black Friday 2026 เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้
- Cyber Monday ต่อเนื่องในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026
- ห้างค้าปลีกใหญ่เปิดฉากดีลล่วงหน้าตลอดเดือนพฤศจิกายน
- สินค้าลดราคาครอบคลุมทุกหมวดหมู่ตั้งแต่เทคโนโลยีถึงเครื่องใช้ในบ้าน
เทศกาลช้อปปิ้งส่งท้ายปีอย่าง Black Friday ในปี 2026 นี้ ได้ขยายระยะเวลาออกไปกินเวลาเกือบตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน โดยร้านค้าปลีกรายใหญ่ต่างเริ่มทยอยปล่อยแผนงานและดีลล่วงหน้าตั้งแต่วันแรกๆ ของเดือน เพื่อดึงดูดนักช้อปที่ต้องการสินค้าในราคาสุดคุ้ม
สำหรับวันสำคัญของเทศกาล Black Friday จะตรงกับวันถัดจากวันขอบคุณพระโดยจะเริ่มต้นในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 27 พฤศจิกายน 2026 ตามด้วยเทศกาล Cyber Monday ในวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งจะมีร้านค้าทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กเข้าร่วมมหกรรมลดราคานี้อย่างคับคั่ง
ร้านค้าปลีกชั้นนำที่เข้าร่วมแคมเปญในปีนี้ประกอบด้วย Amazon, Best Buy, Target, Walmart และ Home Depot โดย Walmart ได้ประกาศแผนงานและเริ่มเปิดขายดีลล่วงหน้าแล้ว ด้าน Best Buy จัดเต็มด้วยการลดราคาหลายอีเวนต์ ขณะที่ Target จัดแคมเปญลดราคารวม 3 วันเต็ม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
จุดเด่นของมหกรรม Black Friday แตกต่างจากช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนตรงที่ไม่มีการจำกัดหมวดหมู่สินค้า ทำให้สินค้าทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไอที เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ออกกำลังกาย เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว มีโอกาสลดราคาลงสู่ระดับต่ำที่สุด
การขยายระยะเวลาของมหกรรม Black Friday ให้ยาวนานตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นระหว่างอีคอมเมิร์ซและร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม ผู้บริโภคจึงควรวางแผนรายการสินค้าที่ต้องการและติดตามราคาล่วงหน้าเพื่อไม่ให้พลาดข้อเสนอที่ดีที่สุดก่อนสินค้าหมดสต็อก
ตัวอย่างดีลสินค้าเทคโนโลยีที่น่าสนใจในขณะนี้ ได้แก่ หูฟัง Sony WH-1000XM5 ลดเหลือ 198 ดอลลาร์ จากราคาเดิม 399.99 ดอลลาร์, หุ่นยนต์ดูดฝุ่นและถูพื้น Eufy E25 ลดราคา 40% เหลือ 599.98 ดอลลาร์ นอกจากนี้ Amazon ยังปรับลดราคา MacBook Air ขนาด 13 นิ้ว เหลือ 1,099.99 ดอลลาร์ และขนาด 15 นิ้ว เหลือ 1,299 ดอลลาร์ รวมถึง Apple Watch Ultra 4 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน ก็ปรับลดราคาลง 100 ดอลลาร์ เหลือ 699.99 ดอลลาร์แล้วเช่นกัน
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น