5 เทคนิคปรับแต่ง Una Watch เพื่อเพิ่มฟังก์ชันสุดล้ำ
เจาะลึก 5 ทริกใช้งาน Una Watch ทั้งแอปติดตามการนอน บาร์โค้ด QR Code และวิธีสร้างแอปเองง่ายๆ สำหรับนักพัฒนา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เพิ่มฟังก์ชันติดตามการนอนและการฟื้นตัวด้วยแอปชุมชน Slumber และ HabitLab
- เปลี่ยนนาฬิกาเป็นบาร์โค้ดและ QR Code สำหรับสแกนใช้งานทั่วไป
- รองรับการสร้าง QR Code จาก URL สั้นที่ไม่เกิน 22 ตัวอักษร
- เปิดโอกาสให้ผู้ใช้นำเครื่องมือพัฒนาไปลองสร้างแอปของตัวเองบน Windows, Mac และ Linux
Una Watch นาฬิกาอัจฉริยะที่เต็มไปด้วยความสามารถซ่อนอยู่ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานปรับแต่งเพิ่มเติมได้มากกว่าที่คิด โดยเฉพาะการเสริมฟังก์ชันที่ตัวเครื่องไม่ได้ติดตั้งมาให้ตั้งแต่ต้น เช่น การติดตามการนอนหลับและการจัดการข้อมูลสุขภาพ ซึ่งมีแอปพลิเคชันจากชุมชนผู้ใช้งานพัฒนาขึ้นมาตอบโจทย์เหล่านี้โดยเฉพาะ
แอปตัวแรกคือ Slumber ที่ช่วยบันทึกระยะเวลาการนอนและเปรียบเทียบเวลานอนล่าสุดกับกิจวัตรประจำวันของคุณ โดยไม่มีการแบ่งช่วงเวลาการนอนที่ซับซ้อน แต่เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลโดยตรงบนตัวนาฬิกา เพื่อความเรียบง่ายและใช้งานได้จริง ส่วนอีกแอปคือ HabitLab ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการคะแนนการฟื้นตัว (recovery score) หรือค่าความแปรปรวนอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) ข้ามคืน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การเปิดให้นักพัฒนาอิสระสร้างแอปพลิเคชันเสริมสำหรับ Una Watch สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของอุปกรณ์สายเฮลเทคยุคใหม่ ที่ไม่ได้จำกัดฟีเจอร์ไว้แค่สิ่งที่ผู้ผลิตกำหนด แต่เปิดกว้างให้ชุมชนเข้ามาต่อยอด ซึ่งช่วยเพิ่มอายุการใช้งานและความคุ้มค่าให้กับตัวอุปกรณ์ได้เป็นอย่างดี
แอป HabitLab จะส่งเสียงเตือนทุกๆ เย็นเพื่อให้คุณบันทึกพฤติกรรมประจำวัน เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการทานอาหารดึก รวมถึงตรวจจับการออกกำลังกายช่วงเช้าหรือเย็นโดยอัตโนมัติ และในตอนเช้า นาฬิกาจะประเมินคะแนนสุขภาพโดยอ้างอิงจากอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก ค่า HRV และความรู้สึกส่วนตัวของคุณ
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือการใช้แอปบาร์โค้ด ซึ่งเดิมทีออกแบบมาสำหรับบาร์โค้ด parkrun ระยะทาง 5 กิโลเมตร แต่สามารถนำมาปรับใช้กับบาร์โค้ดทั่วไปและ QR Code ได้ โดยการกรอก URL แบบสั้นที่มีความยาวไม่เกิน 22 ตัวอักษร ซึ่งทำให้นาฬิกากลายเป็นเครื่องมือสร้าง QR Code ย่อมๆ บนข้อมือของคุณได้ทันที
ระบบ GPS ของนาฬิกาจะอัปเดตตำแหน่งวันละครั้ง ซึ่งอาจทำให้ในช่วงแรกเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกแสดงผลคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ระบบจะปรับ (Color of the screen's sky) ให้เข้าที่โดยอัตโนมัติ พร้อมเปลี่ยนสีหน้าจอตามช่วงเวลาของวันได้อย่างสวยงาม
สำหรับสายฮาร์ดคอร์ที่ต้องการปรับแต่งอย่างเต็มที่ ทางแพลตฟอร์มมีชุดเครื่องมือพัฒนา (development tools) ให้ดาวน์โหลดสำหรับระบบปฏิบัติการ Windows, Mac และ Linux พร้อมตัวอย่างแอปพลิเคชันกว่าโหล ทั้งเครื่องมือติดตามกิจกรรม หน้าปัดนาฬิกา และฟังก์ชันเสริมอื่นๆ ซึ่งนับว่าเป็นระบบที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้เริ่มต้นเขียนโค้ด
ที่มา: Lifehacker
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น