ลิเวอร์พูลพ่ายเฟเนร์บาห์เช่ 3-2 ร่วงยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
อันโดนี อิราโอลา พาลูกทีมลิเวอร์พูลบุกพ่ายเฟเนร์บาห์เช่ 3-2 ที่สนามชูกรู ซาราโคกลู สร้างสถิติแพ้เกมยุโรปหลังขึ้นนำช้าที่สุดในประวัติศาสตร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ลิเวอร์พูลบุกพ่ายเฟเนร์บาห์เช่ 3-2 ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกที่อิสตันบูล
- เฟเนร์บาห์เช่คุมทีมโดยเดิร์ก เคาท์ พลิกกลับมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ
- ประตูทั้งหมดของทีมเจ้าบ้านมาจากการเล่นลูกตั้งเตะ (เซ็ตพีซ)
- ความพ่ายแพ้นี้ทำให้ลิเวอร์พูลแพ้ 2 นัดติดต่อกันรวมทุกรายการ
เมื่อพูดถึงค่ำคืนแห่งการคัมแบ็กในอิสตันบูล ลิเวอร์พูลเคยมีความทรงจำที่ยอดเยี่ยมในอดีต แต่สำหรับการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดล่าสุดที่สนามชูกรู ซาราโคกลู ลูกทีมของกุนซืออันโดนี อิราโอลา กลับต้องพบกับบทเรียนราคาแพงและสร้างสถิติที่ไม่น่าจดจำ
เกมนี้หงส์แดงเกือบจะคว้าชัยชนะนอกบ้านอันล้ำค่าได้สำเร็จ หลังจาก อเล็กซานเดอร์ อิซัค โหม่งทำประตูให้ทีมขึ้นนำอีกครั้งเป็น 2-1 ในนาทีที่ 69 แต่ทว่าบรรยากาศอันเร่าร้อนในย่านคาดิคอย รวมถึงความมุ่งมั่นของเจ้าถิ่นภายใต้การคุมทีมชั่วคราวของ เดิร์ก เคาท์ ตำนานแข้งลิเวอร์พูล กลับพลิกสถานการณ์เปลี่ยนเกมให้กลายเป็นฝันร้ายของผู้มาเยือน
ความพ่ายแพ้ 3-2 ในครั้งนี้ทำให้อิราโอลาและลูกทีมสร้างสถิติอันไม่พึงประสงค์ เป็นเกมยูโรปที่ลิเวอร์พูลขึ้นนำช้าที่สุดแต่สุดท้ายกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ โดยปัญหาสำคัญของทีมในเกมนี้คือการเสียประตูจากลูกตั้งเตะทั้งหมด 3 ลูก เริ่มจากการที่ เมสัน กรีนวู้ด ยิงฟรีคิกไปแฉลบ เฌเรมีฌักเกต์ ตุงตาข่าย ตามด้วยความผิดพลาดในกรอบเขตโทษที่ทำให้ อาร์ชี บราวน์ ได้ซัดจ่อๆ และลูกโหม่งของ เวดัต มูริชี ในช่วงท้ายเกม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
"มันเป็นประตูที่ราคาถูก มันเป็นประตูที่ยุ่งเหยิง ความผิดพลาดสามารถทำให้คุณต้องชดใช้ สำหรับประตูสุดท้าย มันเป็นการทุ่มไกลและเราควบคุมจังหวะแรกไม่ได้"
อันโดนี อิราโอลา
อิราโอลายังกล่าวเสริมถึงอุปสรรคในสนามว่า เสียงเชียร์จากแฟนบอลเจ้าถิ่นดังสนั่นจนแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสื่อสารกับลูกทีมในสนาม ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การสื่อสารระหว่างผู้รักษาประตูและกองหลังมีความผิดพลาด
ความพ่ายแพ้นี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดอ่อนเรื้อรังเรื่องเกมรับและการรับมือกับลูกตั้งเตะของลิเวอร์พูลในยุคการทำทีมของอันโดนี อิราโอลา แม้ว่ารูปเกมรุกจะเริ่มเห็นสัญญาณการพัฒนา แต่การเสียประตูง่ายและเปิดพื้นที่ในยามเล่นเกมสวนกลับยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องรีบแก้ไข หากหวังจะประสบความสำเร็จในเวทีระดับยุโรป
ทางด้าน เดิร์ก เคาท์ กุนซือขัดตาทัพของเฟเนร์บาห์เช่ ซึ่งกำลังจะส่งมอบงานต่อให้กับ เอมเร เบโลโซกลู เปิดเผยหลังจบเกมว่าเขาได้กระตุ้นลูกทีมให้สู้ด้วยหัวจิตหัวใจแบบเดียวกับที่ลิเวอร์พูลเคยสร้างปาฏิหาริย์ในอดีต และชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปีที่เฟเนร์บาห์เช่สามารถเอาชนะทีมจากอังกฤษได้ในรายการยุโรป
ที่มา: BBC Sport
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น