กมธ.กฎหมาย มีมติ 9 ต่อ 0 เรียกผู้ว่าฯ นราธิวาส แจงคดีลอบยิง
กมธ.การกฎหมายฯ รัฐสภา มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เมื่อ 5 พ.ย. 2569 ใช้อำนาจเรียกผู้ว่าฯ นราธิวาสแจงปมลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พร้อมจี้กองทัพเรือแจงปืน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- กมธ.การกฎหมายฯ รัฐสภา มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2569
- เรียกผู้ว่าฯ นราธิวาส เข้าชี้แจงกรณีคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.พรรคประชาชาติ
- ขอรายงานการใช้ปืนจากกองทัพเรือ พร้อมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง
เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 5 พ.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ได้ดำเนินการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาและตรวจสอบกระบวนการอำนวยความยุติธรรม จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนน 9 ต่อ 0 เสียง ในการใช้อำนาจเรียกตัวผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เข้ามาให้ถ้อยคำและชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีดังกล่าว นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการยังได้มีการร้องขอรายงานเกี่ยวกับการใช้ปืนจากทางกองทัพเรือ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตรวจสอบในประเด็นความรับผิดชอบและที่มาของอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ
สำหรับการเรียกตัวผู้มาชี้แจงในครั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการได้เชิญบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานระดับสูงหลายภาคส่วนเข้าให้ข้อมูล เพื่อคลี่คลายคดีและตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมอย่างรอบด้าน โดยมีรายชื่อสำคัญอาทิ นายกรัฐมนตรี, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้กำกับการตำรวจภูธรอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส
"กมธ.กฎหมาย มีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ใช้อำนาจเรียกผู้ว่าฯ นราธิวาส เข้าแจงคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์"
คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน
นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคงอื่นๆ อีกคับคั่งที่ถูกเชิญมาร่วมให้ข้อมูล เช่น อัยการจังหวัดนราธิวาส, เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, เลขาธิการ ปปง., เลขาธิการ กอ.รมน., ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, อธิบดีกรมศุลกากร, อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ประธานกรรมการ กสทช. รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในพื้นที่
การใช้มาตรการเรียกตัวบุคคลสำคัญและหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดเข้ามาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร สะท้อนถึงความพยายามในการใช้กลไกนิติบัญญัติเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลและเร่งรัดความคืบหน้าในคดีความที่กระทบต่อความปลอดภัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานบูรณาการข้อมูลร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าในการเรียกตัวและเชิญบุคคลสำคัญเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ หน่วยงานส่วนใหญ่ได้เลือกใช้วิธีการส่งตัวแทนมาร่วมเข้ารับฟังและชี้แจงแทนบุคคลระดับสูงที่ถูกระบุชื่อไว้ในหนังสือเชิญ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น