โรม ซัด‘ระบอบน้ำเงิน’ห้ามตรวจสอบ ปมเรียกโสภณแจง
รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน สวน ศุภชัย ใจสมุทร ปมเตรียมเสนอญัตติต้านมติ กมธ. กฎหมาย เรียก โสภณ ซารัมย์ แจงปมหนังสือเวียน 5 พ.ย. 2569 ที่รัฐสภา

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- รังสิมันต์ โรม ตอบโต้ ศุภชัย ใจสมุทร ปมเตรียมยื่นญัตติต้านมติ กมธ.
- ซัดระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ หลัง กมธ. มีมติเรียก โสภณ ซารัมย์ ชี้แจงปมหนังสือเวียน
- ยืนยันการทำหน้าที่ของ กมธ. การกฎหมายฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธาน กมธ. เตรียมเสนอญัตติคัดค้านมติของคณะกรรมาธิการ
ประเด็นดังกล่าวสืบเนื่องจากมติของ กมธ. ที่ให้เรียกตัว นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจงกรณีการออกหนังสือเวียน ซึ่งทางฝั่งนายศุภชัยมองว่าการกระทำดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
การปะทะคารมระหว่าง สส. พรรคประชาชน และ สส. พรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดเรื่องอำนาจการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะบทบาทของคณะกรรมาธิการสามัญที่พยายามใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญในการเรียกบุคคลสำคัญมาให้ถ้อยคำ ซึ่งมักกลายเป็นประเด็นข้อถกเถียงทางการเมืองเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ
นายรังสิมันต์ระบุถึงท่าทีของอีกฝ่ายว่า การคัดค้านดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของความไม่ถูกต้องตามระเบียบ แต่เป็นเรื่องของความไม่ถูกใจมากกว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้อีกฝ่ายเคยเรียกร้องให้การเชิญบุคคลใดๆ ต้องมีมติชัดเจน แต่เมื่อ กมธ. มีมติออกมาตามกระบวนการ กลับถูกกล่าวหาว่าเหิมเกริมและบังอาจ
"ไม่ชอบ หรือไม่ถูกใจ ตนคิดว่าไม่มีปัญหาเรื่องไม่ชอบ เพราะก่อนหน้านี้อีกฝ่ายบอกว่าการจะเชิญใครต้องมีมติ แต่เมื่อกมธ. มีมติว่าจะเชิญนายโสภณ มาชี้แจง ก็บอกว่าเหิมเกริม บังอาจ"
รังสิมันต์ โรม
ประธาน กมธ. การกฎหมายฯ ยังได้กล่าวพาดพิงถึงสิ่งที่เรียกว่าระบอบน้ำเงิน พร้อมตั้งคำถามว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาจะเล่นงานตนเพียงคนเดียวหรือไม่ พร้อมทั้งจี้ให้นายโสภณออกมาชี้แจงด้วยตนเองผ่านหนังสือเวียน แทนการปล่อยให้ข้าราชการออกมารับหน้าแทน
ท้ายที่สุด นายรังสิมันต์ยืนยันหนักแน่นว่า การใช้อำนาจของคณะกรรมาธิการและฝ่ายค้านในครั้งนี้อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมทุกประการ อำนาจที่มีอยู่ไม่ได้กว้างขวางหรือเกินขอบเขตแต่อย่างใด
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น