ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Deutsche Telekom เผย Starlink Mobile ต้องใช้เงินกว่า 2 แสนล้าน

Tim Höttges ซีอีโอ Deutsche Telekom ประเมินว่า SpaceX ต้องทุ่มเงินลงทุนอย่างน้อย 2 แสนล้านดอลลาร์เพื่อสร้างเครือข่ายมือถือแข่งกับยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ พร้อมกล่าวต้อนรับ

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
สด06 Nov 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Deutsche Telekom เผย Starlink Mobile ต้องใช้เงินกว่า 2 แสนล้าน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • Tim Höttges ซีอีโอ Deutsche Telekom เผย SpaceX อาจต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • อีลอน มัสก์ มีแผนนำ Starlink Mobile ชนกับ T-Mobile, AT&T และ Verizon ด้วยเครือข่ายดาวเทียมและภาคพื้นดิน
  • การสร้างโครงข่ายต้องเผชิญต้นทุนค่าคลื่นความถี่ เสาสัญญาณ และอุปกรณ์เสาอากาศจำนวนมหาศาล
  • ผู้บริหาร Deutsche Telekom เตือนอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่ามองข้ามความเสี่ยงนี้เหมือนกรณีรถยนต์ไฟฟ้า

ทิม ฮึทท์เกส (Tim Höttges) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Deutsche Telekom บริษัทแม่ของ T-Mobile ได้ออกมาแสดงมุมมองต่อแผนการของ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ในการผลักดัน Starlink Mobile ให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา โดยระบุว่าเขาให้ความสนใจและจริงจังกับคู่แข่งรายนี้เป็นอย่างมาก แต่อุปสรรคสำคัญคือเรื่องของเงินลงทุนมหาศาลที่จำเป็นต้องใช้ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน

ในการประชุมรายงานผลประกอบการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ฮึทท์เกสได้ประเมินตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ SpaceX จะต้องเผชิญหากต้องการเข้ามาแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมระดับมืออาชีพ โดยระบุว่ามูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดน่าจะสูงถึงอย่างน้อย 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อให้ครอบคลุมทั้งค่าคลื่นความถี่และระบบเครือข่าย

$200Bทุนขั้นต่ำที่ SpaceX ต้องใช้
76 MHzคลื่นความถี่ที่มัสก์ถือครอง
85,000จำนวนเสาสัญญาณของ Deutsche Telekom

ผู้บริหารระดับสูงของ Deutsche Telekom ได้แจกแจงรายละเอียดต้นทุนคร่าวๆ ดังนี้:

  • การกว้านซื้อคลื่นความถี่เพิ่มเติมให้เพียงพอกับคู่แข่ง ซึ่งปัจจุบันมัสก์ถือครองอยู่ 76 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่บริษัทของตนมีอยู่ถึง 400 เมกะเฮิรตซ์
  • ต้นทุนการเช่าหรือติดตั้งเสาสัญญาณเพิ่มอีกราว 20,000 ถึง 30,000 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่บริษัทมีเสาสัญญาณอยู่แล้วถึง 85,000 ต้น
  • ค่าใช้จ่ายในการจัดหาและติดตั้งเสาอากาศเพื่อรองรับการสื่อสารโดยตรงกับดาวเทียม
mobile network communication infrastructure server room

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"He [Musk] has now bought 76 megahertz of spectrum. By the way, we have 400. So if you now say he can buy the spectrum prospectively, do your math. These are kind of triple-digit billions which are needed to gain the spectrum position. If he has the money, go for it. Then he has to build a network. I can tell you, we have 85,000 towers. No, he can rent towers, no question. But this is another $20 to $30 billion which are required."

Tim Höttges

แผนงานดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อเดือนที่แล้ว ทาง SpaceX ได้เปิดเผยกลยุทธ์การให้บริการ Starlink Mobile ที่ผสมผสานระหว่างดาวเทียมวงโคจรต่ำแบบ direct-to-cell และเครือข่ายสถานีฐานภาคพื้นดิน โดยมีรายงานว่าอาจมีการเชื่อมโยงกับเสาสัญญาณมือถือราว 80,000 แห่งในสหรัฐฯ รวมถึงการเจรจาซื้อกิจการ Boost Mobile นอกจากนี้ ทาง Qualcomm ยังเพิ่งประกาศว่า SpaceX จะนำเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานเซลลูลาร์มาใช้ร่วมด้วย

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การที่ผู้บริหารระดับสูงของค่ายมือถือยักษ์ใหญ่แสดงความเห็นในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่า วงการโทรคมนาคมกำลังมองเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดจากการบรรจบกันระหว่างเทคโนโลยีอวกาศและเครือข่ายภาคพื้นดิน (NTN - Non-Terrestrial Network) แม้ต้นทุนเริ่มต้นจะสูงลิ่ว แต่การมีทั้งดาวเทียม ชิปเซต ศูนย์ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ในมือของ SpaceX อาจทำให้โมเดลธุรกิจโทรคมนาคมแบบดั้งเดิมถูกท้าทายอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้นี้

ฮึทท์เกสยังได้เตือนให้ภาคอุตสาหกรรมตระหนักถึงภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ เนื่องจากความพร้อมของอีลอน มัสก์ ที่มีทั้งชิปเซต ศูนย์ข้อมูล AI และดาวเทียม อาจนำไปสู่การผสานบริการโซเชียลมีเดียหรือปัญญาประดิษฐ์แบบ Agent เข้ากับระบบสื่อสาร ซึ่งเขาเปรียบเทียบว่าคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่หลายฝ่ายเคยละเลยเทคโนโลยีใหม่จนตั้งตัวไม่ทันมาแล้ว

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้