Tesla เตรียมยุติการผลิต Cybertruck ในเท็กซัสปีหน้า
Elon Musk เผย Tesla เตรียมยุติการผลิตรถกระบะ Cybertruck ที่โรงงานเท็กซัสในปีหน้า เพื่อเคลียร์พื้นที่รองรับการผลิตรถยนต์ไร้คนขับ Cybercab

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Tesla เตรียมยุติการผลิต Cybertruck ที่โรงงานในรัฐเท็กซัสในปีหน้า
- เป้าหมายหลักคือการเคลียร์พื้นที่เพื่อเร่งผลิตรถยนต์ไร้คนขับ Cybercab
- รถรุ่นนี้เปิดตัวในปี 2023 หลังเผชิญปัญหาล่าช้าและยอดขายที่น่าผิดหวัง
Elon Musk ผู้บริหารระดับสูงของ Tesla ได้ออกมาส่งสัญญาณถึงอนาคตที่ใกล้สิ้นสุดของรถกระบะไฟฟ้าทรงเหลี่ยม Cybertruck โดยระบุว่าบริษัทจะทยอยยุติสายการผลิตรถรุ่นดังกล่าวที่โรงงานในรัฐเท็กซัสในปีหน้า แม้ว่าเขาจะไม่ได้ให้รายละเอียดที่ชัดเจนว่าทางบริษัทจะหยุดผลิตแบบถาวรหรือย้ายฐานการผลิตไปยังสถานที่อื่น แต่การตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อเคลียร์พื้นที่ว่างสำหรับเดินหน้าผลิตรถยนต์ไร้คนขับ Cybercab ให้มีจำนวนมากขึ้น
นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่โดดเด่นและตัวถังทำจากสเตนเลสสตีล Cybertruck สามารถดึงดูดกลุ่มแฟนคลับพันธุ์แท้ที่ชื่นชอบดีไซน์แนวเรโทรฟิวเจอร์ริสติกจนบางคนนำไปเปรียบเทียบกับภาพยนตร์ไซไฟชื่อดังอย่าง Blade Runner แต่ในขณะเดียวกัน เสียงวิจารณ์จากฝั่งตรงข้ามก็รุนแรงไม่แพ้กันโดยบางส่วนมองว่าดีไซน์ดังกล่าวมีความแปลกประหลาดจนถึงขั้นใช้คำวิจารณ์ที่รุนแรง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เส้นทางของ Cybertruck ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตั้งแต่ก่อนจะออกสู่ตลาด โดยในงานเปิดตัวต่อสาธารณชนเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา Musk ได้พยายามสาธิตกระจกที่ระบุว่าแข็งแกร่งไม่แตกหัก แต่กระจกกลับแตกเสียหายต่อหน้าผู้ชมในการสาธิตแบบสดๆ อย่างไรก็ตาม Musk เคยเปิดเผยใน ปี 2019 ว่ารถรุ่นนี้ยังคงมียอดจองล่วงหน้าสูงถึง 146,000 คันในช่วงที่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา
"make room"
Elon Musk
นอกจากปัญหาในวันเปิดตัวแล้ว ยอดขายหลังจากนั้นยังคงน่าผิดหวัง ประกอบกับประเด็นปัญหาด้านความปลอดภัยที่ส่งผลให้ต้องมีการเรียกคืนรถหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์ในปี 2025 ที่ต้องเรียกคืนรถมากกว่า 46,000 คันเนื่องจากกังวลว่าชิ้นส่วนขอบตกแต่งอาจหลุดร่วงลงมาได้ และต่อมาในปี 2026 รุ่นที่เรียกว่า Cyberbeast ก็ถูกตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่ 102,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่ทิศทางของบริษัทจะมุ่งหน้าไปสู่การผลิตรถยนต์ไร้คนขับในท้ายที่สุด
การตัดสินใจปรับเปลี่ยนไลน์การผลิตของ Tesla ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการจัดสรรทรัพยากรและพื้นที่โรงงานให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจใหม่ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Driving) ซึ่งเป็นตลาดที่บริษัทมองว่าเป็นอนาคตหลัก มากกว่าการทุ่มกำลังผลิตรถยนต์กระบะทรงแปลกตาที่แม้จะมีกระแสฮือฮาแต่มียอดขายและข้อจำกัดด้านการเจาะตลาดในวงกว้างที่ยังไม่เป็นไปตามเป้า
ที่มา: BBC Business
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น