นายกฯ วอนเลิกใช้คำว่านักท่องเที่ยวปมฆ่า 5 ศพชลบุรี ยันไทยยังปลอดภัย
อนุทินเผยคดีฆาตกรรม 5 ศพบางละมุงจับกุมผู้ต้องหาหลักได้แล้ว 2 ราย พร้อมเร่งปิดช่องโหว่ทางกฎหมายและขยายผลเครือข่ายยาเสพติด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ เผยคดีฆาตกรรม 5 ศพที่ชลบุรี จับกุมผู้ต้องหาหลักแล้ว 2 ราย
- ขอความร่วมมือสื่อเลิกใช้คำว่านักท่องเที่ยวระบุผู้ตายอยู่ไทยนานกว่า 7 ปี
- พบความเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซียกับครอบครัวชาวไทยอีก 3 ราย
- ผบ.ตร. เตรียมประสานกรมราชทัณฑ์พัฒนาระบบติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษเสี่ยงสูง
วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าคดีฆาตกรรม 5 ศพ ในพื้นที่อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยระบุว่าพยานหลักฐานในขณะนี้มีความชัดเจนเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหลักและผู้สนับสนุนได้ พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดทำสำนวนคดีอย่างรัดกุม ปิดทุกช่องโหว่ทางกฎหมาย และเร่งขยายผลไปยังเครือข่ายยาเสพติดรวมถึงคดีอื่นที่อาจมีความเกี่ยวข้อง
จากการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาหลักได้แล้ว 2 ราย พร้อมด้วยผู้สนับสนุนอีกหลายราย โดยมีความเชื่อมโยงระหว่างคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซียและคดีฆาตกรรมพ่อแม่ลูกชาวไทยอีก 3 ราย รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ราย ขณะเดียวกันตำรวจกำลังตรวจสอบว่าผู้ต้องหาเหล่านี้มีส่วนพัวพันกับคดียาเสพติดหรือการกระทำผิดกฎหมายรูปแบบอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นายอนุทินยังได้กล่าวขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว โดยขอให้งดใช้คำว่านักท่องเที่ยว เนื่องจากไม่ต้องการให้สังคมเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นคดีนักท่องเที่ยวถูกฆาตกรรม เนื่องจากผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียอาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 7 ปี เดินทางเข้าออกประเทศเป็นประจำ และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวในประเทศไทย ไม่ได้เพิ่งเดินทางเข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด
"ยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีความปลอดภัยสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของกลุ่มอาชญากรที่มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ไม่ใช่ภาพรวมของสถานการณ์ความปลอดภัยของประเทศ"
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวแสดงความเสียใจและกล่าวขอโทษต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตชาวรัสเซียและชาวรัสเซียทุกคน พร้อมให้คำมั่นว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างถึงที่สุดโดยไม่มีการให้ประกันตัวเด็ดขาด
คดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญในแหล่งท่องเที่ยวหรือพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่หนาแน่นมักสร้างความกังวลใจต่อภาพลักษณ์ของประเทศและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก การที่ผู้นำรัฐบาลออกมาเน้นย้ำถึงสถานะของผู้เสียชีวิตที่พำนักระยะยาวในไทย พร้อมกับเร่งรัดคดีอย่างเด็ดขาด สะท้อนถึงความพยายามในการควบคุมความเสียหายทางด้านความเชื่อมั่นของนักลงทุนและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในระยะยาว
ทางด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาหลักมีประวัติเคยต้องโทษคดียยาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษออกมา ก่อนจะกลับมาติดต่อกับเครือข่ายอดีตผู้ต้องขังเดิมที่คอยให้ความช่วยเหลือในการหลบหนีและสนับสนุนการก่อเหตุ ตำรวจกำลังตรวจสอบบุคคลสูญหายในพื้นที่ทั้งก่อนและหลังผู้ต้องหาพ้นโทษเพื่อหาความเชื่อมโยงเพิ่มเติม พร้อมเตรียมประสานกรมราชทัณฑ์เพื่อวางระบบติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงคุมเข้มการจำหน่ายเครื่องแบบและอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อป้องกันการแอบอ้าง
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น