พบเครื่องมือแฮก AI แบรนด์ Artex กว่า 800 ชุดรั่วไหลบนเว็บ
บริษัทความปลอดภัย Censys เผยตรวจพบระบบ Artex AI hacking tools กว่า 800 ชุดเปิดโล่งบนอินเทอร์เน็ตโดยไม่มีรหัสผ่าน เสี่ยงถูกนำไปใช้โจมตีไซเบอร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Censys พบระบบ Artex AI hacking tools กว่า 800 ชุดเปิดให้เข้าถึงได้บนเว็บ
- ระบบที่รั่วไหลไม่ต้องใช้รหัสผ่าน เสี่ยงต่อการถูกฉวยโอกาสโจมตีไซเบอร์
- เครื่องมือดังกล่าวประกอบด้วย implants สำหรับซ่อนตัวและเจาะระบบเหยื่อ
- Artex ประกาศเตรียมเปลี่ยนเป็นซอฟต์แวร์ปิด (closed-source) หลังเกิดเหตุ
ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์เปิดเผยการค้นพบน่าตกใจ หลังจากตรวจพบสำเนาเครื่องมือเจาะระบบปัญญาประดิษฐ์จากประเทศจีนที่ชื่อว่า Artex จำนวนหลายร้อยชุดถูกปล่อยให้เข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะ โดยบุคคลภายนอกสามารถเข้าไปใช้งานได้โดยไม่มีการป้องกัน ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีนำเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และโจมตีเป้าหมายที่ไม่ทันตั้งตัวได้ทันที
รายงานดังกล่าวมาจากบริษัทด้านความปลอดภัย Censys ซึ่งทำหน้าที่สแกนระบบและค้นหาจุดอ่อนบนอินเทอร์เน็ต โดยระบุในบล็อกโพสต์ว่าพวกเขาพบการติดตั้งระบบ Artex ที่แยกย่อยออกเป็นอิสระมากกว่า 800 จุด ซึ่งทั้งหมดเปิดกว้างให้เข้าถึงผ่านเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องมีการป้อนรหัสผ่านเพื่อเข้าสู่ระบบแต่อย่างใด

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ไซลาส คัทเลอร์ (Silas Cutler) นักวิจัยด้านความปลอดภัยหลักของ Censys และผู้เขียนบทความบล็อกดังกล่าว ระบุว่าไม่ใช่ทุกระบบของ Artex ที่ถูกใช้งานในทางที่ผิด เนื่องจากมีบางส่วนที่ใช้งานโดยผู้ทดสอบที่ได้รับอนุญาต แต่ยังคงเป็นปริศนาว่าเหตุใดระบบ Artex จำนวนมากเหล่านี้จึงปล่อยให้เชื่อมต่อกับเว็บได้ ทั้งที่ตัวซอฟต์แวร์ไม่ได้มีความจำเป็นต้องเปิดเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด
เหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาการกำหนดค่าระบบ (Misconfiguration) ที่มักเกิดขึ้นได้แม้แต่กับซอฟต์แวร์ขั้นสูง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในการตั้งค่าเครือข่ายสามารถเปลี่ยนเครื่องมือที่มีความสามารถสูงให้กลายเป็นความเสี่ยงระดับองค์กรได้ทันที เนื่องจากใครก็ตามที่พบช่องโหว่นี้ก็สามารถเข้าถึงเครื่องมือโจมตีได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องอาศัยทักษะการเจาะระบบขั้นสูง
การตรวจสอบยังพบว่าระบบที่เปิดโล่งเหล่านี้ยังเปิดเผยเครื่องมือโจมตีสำคัญ เช่น ซอฟต์แวร์พรางตัวหรือ implants ที่ใช้สำหรับฝังตัวและรักษาการเข้าถึงเครือข่ายของเหยื่อไว้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การโจมตีหลายครั้งที่เชื่อมโยงกับ Artex ยังอาศัยช่องโหว่พื้นฐาน เช่น การคาดเดารหัสผ่านที่อ่อนแอหรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไป รวมถึงการขาดระบบการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA)
"การค้นหาพบว่าช่องโหว่ที่เรียบง่าย รวมถึงการตั้งค่าระบบที่ผิดพลาด สามารถเปิดเผยทั้งตัวผู้โจมตีและเป้าหมายของพวกเขาได้พร้อมกัน"
Censys Report
ภายหลังการตรวจพบดังกล่าว ทาง Artex ได้ออกมาประกาศว่าจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาไปเป็นซอฟต์แวร์แบบปิด (closed-source) เพื่อจำกัดการเผยแพร่เพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สำเนาโค้ดโปรแกรมของ Artex จำนวนหลายสิบชุดยังคงมีหลงเหลืออยู่บนเว็บไซต์แบ่งปันโค้ดต่างๆ ซึ่งยังคงเสี่ยงต่อการถูกนำไปใช้ในการโจมตีระลอกใหม่ได้
ที่มา: TechCrunch
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น