ข้ามไปเนื้อหาหลัก

Starlink Mobile: แผนการครั้งใหญ่ของ SpaceX สู่ผู้ให้บริการมือถือ

SpaceX ภายใต้การนำของ Elon Musk เดินหน้าสร้างเครือข่าย Starlink Mobile แข่งกับยักษ์ใหญ่ จับมือ Qualcomm และเจรจาซื้อ Boost Mobile เริ่มปี 2027

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
07 Nov 2026ที่มา: The Verge3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
Starlink Mobile: แผนการครั้งใหญ่ของ SpaceX สู่ผู้ให้บริการมือถือ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • SpaceX วางแผนผลักดัน Starlink Mobile ขึ้นเป็นผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ของสหรัฐฯ
  • จับมือ Qualcomm นำเทคโนโลยี Dragonwing ติดตั้งบนสถานีฐาน 5G เริ่มปี 2027
  • เจรจาซื้อกิจการหรือเข้าถึงเครือข่ายของ Boost Mobile รวมถึงเสาสัญญาณกว่า 80,000 แห่ง
  • Tim Höttges ซีอีโอ Deutsche Telekom เผยว่าแผนนี้จริงจังมาก แต่อาจใช้เงินทุนสูงกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์

บริษัท SpaceX ของ Elon Musk ประกาศเป้าหมายครั้งสำคัญในการยกระดับ Starlink Mobile ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่ โดยหลังจากที่ได้ส่งดาวเทียมเชื่อมต่อตรงสู่อุปกรณ์เคลื่อนที่ขึ้นสู่วงโคจรไปแล้วหลายพันดวง ความท้าทายขั้นต่อไปคือการสร้างโครงข่ายสัญญาณ 5G บนพื้นโลกเพื่อแข่งขันกับค่ายยักษ์ใหญ่เดิมอย่าง AT&T, Verizon และ T-Mobile โดยตรง

กลยุทธ์สำคัญในการสร้างเครือข่ายทั่วประเทศคือการบรรลุข้อตกลงร่วมกับ Qualcomm ซึ่งจะนำเทคโนโลยี Dragonwing มาติดตั้งบนสถานีฐานเซลลูลาร์ 5G หลายหมื่นแห่ง โดยมีกำหนดเริ่มติดตั้งชุดแรกภายในปี 2027 นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า SpaceX กำลังเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการ Boost Mobile หรือใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเปิดให้บริการ Starlink Mobile ผ่านช่องทางดังกล่าว รวมถึงการเจรจากับ Crown Castle Inc. เพื่อเข้าถึงเสาสัญญาณมือถือมากถึง 80,000 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของเสาสัญญาณทั้งหมด 158,500 แห่งในประเทศ

80,000เสาสัญญาณที่ SpaceX เจรจาเข้าถึง
2027ปีเริ่มต้นติดตั้งเทคโนโลยี Qualcomm

แผนการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ SpaceX เพิ่งตกลงซื้อสิทธิ์คลื่นความถี่ต่ำช่วงย่าน 800 MHz ขนาดสูงสุด 14 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะช่วยให้สัญญาณของ Starlink Mobile สามารถทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางอย่างผนังและอาคารได้ดียิ่งขึ้น โดยการดำเนินงานทั้งหมดนี้จะต้องรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการกิจการสื่อสารแห่งชาติสหรัฐฯ (FCC) ก่อนที่บริษัทจะเริ่มผสานการทำงานระหว่างดาวเทียมวงโคจรต่ำกับเครือข่ายภาคพื้นดิน

modern telecommunication network equipment office

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

"ผมมองว่าแผนการนี้มีความจริงจังอย่างยิ่ง แต่อาจทำให้ Elon Musk ต้องใช้เงินทุนมากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์จึงจะทำสำเร็จ"

Tim Höttges ซีอีโอ Deutsche Telekom

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอย่างมาก โดย Tim Höttges ซีอีโอของ Deutsche Telekom ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ T-Mobile ระบุว่าเขามองเห็นความจริงจังของโครงการนี้ แต่ก็ตั้งข้อสังเกตถึงต้นทุนมหาศาลที่อาจสูงเกินกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเนรมิตโครงข่ายไฮบริดนี้ให้เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้การพูดคุยระหว่าง Elon Musk และ Charlie Ergen ประธานของ EchoStar ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Boost Mobile ยังต้องพึ่งพาการได้รับอนุญาตจาก T-Mobile และ AT&T เนื่องจากเครือข่ายปัจจุบันของ Boost Mobile พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของสองค่ายดังกล่าวอยู่

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

การรุกคืบเข้าสู่ตลาดโทรคมนาคมภาคพื้นดินของ SpaceX ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะหลอมรวมเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมเข้ากับโครงข่ายมือถือแบบดั้งเดิม (Hybrid Network) การถือครองคลื่นความถี่ต่ำร่วมกับการใช้เสาสัญญาณภาคพื้นดินจะช่วยแก้ปัญหาจุดบอดเรื่องสัญญาณอับคลื่นภายในอาคาร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของดาวเทียมยุคก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การแข่งขันกับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเดิมที่มีฐานลูกค้าหนาแน่นในสหรัฐฯ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยทั้งเม็ดเงินมหาศาลและการเจรจาด้านกฎระเบียบที่ซับซ้อน

ที่มา: The Verge

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้