Meta เปิดตัวฟีเจอร์ Spaces ใน Muse AI สร้างแอปเฉพาะกิจได้
Meta เพิ่มความสามารถใหม่ให้ Muse AI เปิดให้ผู้ใช้งานสร้างพื้นที่การใช้งานจำลองแอปพลิเคชันได้ตามต้องการ เช่น ศูนย์รวมการช้อปปิ้ง แดชบอร์ดโรงเรียน หรือตัวติดตามเพลง พร้อมเชื่อมต่อแอปภายนอกได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Meta เพิ่มฟีเจอร์ Spaces ให้ผู้ใช้สร้างประสบการณ์คล้ายแอปใน Muse AI ได้ตามต้องการ
- รองรับการเชื่อมต่อแอปภายนอก เช่น Gmail, Google Calendar และ Notion เพื่อดึงข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์
- ผู้ใช้สามารถจัดการตำแหน่งการแสดงผล Spaces ได้ตามช่วงเวลา เช่น สลับสัปดาห์ทำงานกับวันหยุด
- เสริมความสามารถ Active Memory และ Active Focus จากโมเดล Muse Wonder มาสู่แอป Muse และ Meta AI
Meta ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ให้แก่ผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ Muse โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถออกแบบประสบการณ์ใช้งานที่มีลักษณะคล้ายแอปพลิเคชันย่อยได้ด้วยตนเองผ่านฟีเจอร์ที่มีชื่อว่า “Spaces” ระบบนี้เปิดช่องให้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยสร้างสรรค์เครื่องมือสารพัดประโยชน์ เช่น ศูนย์กลางการช้อปปิ้ง แดชบอร์ดสำหรับการเรียน หน้าจอติดตามเพลง หรือแม้กระทั่งเกมทายปัญหา ซึ่งผู้ใช้สามารถกดใช้งานและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับสิ่งเหล่านี้ได้โดยตรงภายในแอปพลิเคชัน Muse
แนวทางการใช้งานฟีเจอร์นี้นั้นทำได้ง่ายดาย เพียงแค่พิมพ์อธิบายลักษณะของพื้นที่ที่ต้องการให้ AI รับทราบ นอกจากนี้ หากมีการเชื่อมต่อบริการจากภายนอกเข้ากับ Muse เช่น Gmail, Google Calendar, OpenTable หรือ Notion ปัญญาประดิษฐ์จะทำหน้าที่ดึงข้อมูลเข้ามาประมวลผลอย่างต่อเนื่องเบื้องหลัง ส่งผลให้ข้อมูลสำคัญอย่างเช่นราคาหรือกำหนดการภายในพื้นที่ของคุณได้รับการอัปเดตใหม่อยู่เสมอ อีกทั้งยังสามารถโต้ตอบกับองค์ประกอบต่างๆ เช่น การติ๊กเครื่องหมายเช็คลิสต์ การจดบันทึกย่อ หรือการแก้ไขข้อมูลได้ทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
นอกเหนือจากการสร้างสรรค์เนื้อหาแล้ว Meta ยังเปิดให้ผู้ใช้งานปรับเปลี่ยนตำแหน่งการจัดวาง Spaces ภายในแอป Muse ได้ตามความสะดวก โดยสามารถเก็บไว้ที่แถบด้านข้าง ย้ายมาไว้ที่แท็บหลัก หรือตั้งเวลาการแสดงผลได้ล่วงหน้า
การเปิดตัวฟีเจอร์ Spaces ของ Meta สะท้อนให้เห็นถึงแนว ิคิดการเปลี่ยนแอปพลิเคชันแชทบอต AI แบบเดิม ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มแบบโมดูลาร์ที่ผู้ใช้สามารถประกอบร่างเครื่องมือเฉพาะกิจขึ้นมาใช้เองได้โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ด การเชื่อมโยงข้อมูลกับบริการภายนอกแบบเรียลไทม์นี้ช่วยลดขั้นตอนการสลับแอปไปมาของผู้ใช้งาน และเปลี่ยน AI ให้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการจัดการชีวิตประจำวันได้อย่างเบ็ดเสร็จ
ทางบริษัทได้ระบุตัวอย่างการใช้งานว่า ผู้ใช้อาจเลือกแสดงแผนผังประจำสัปดาห์ไว้หน้าจอหลักในวันทำงาน แล้วสลับเปลี่ยนเป็นแผนกิจกรรมวันหยุดสุดสัปดาห์ในวันเสาร์โดยอัตโนมัติ พร้อมกันนี้ Meta ยังได้นำความสามารถใหม่อย่าง “Active Memory” และ “Active Focus” จากโมเดล Muse Wonder เข้ามาใส่ไว้ในแอป Muse และแอปพลิเคชันแชทบอต Meta AI เพื่อช่วยให้ระบบจดจำข้อมูลเก่าที่กลับมามีความสำคัญในบทสนทนาได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยผลักดันให้ผู้ใช้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน Meta กำลังทยอยเปิดให้ผู้ใช้งาน Muse ทุกคนสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ Spaces ได้แล้ว พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการเปิดให้ผู้ใช้สามารถแชร์พื้นที่เหล่านี้ไปยังบัญชีอื่นเพื่อร่วมมือกันทำงานร่วมกันได้ในอนาคต
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น