อิหร่านขู่โจมตีเคเบิลใทะเล หากสหรัฐฯ เพิ่มการโจมตีทางทหาร
อิหร่านส่งสัญญาณเตือนโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมส่งเรือปักหลักลอยลำใกล้แนวเคเบิลใต้น้ำ ท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงทางทะเล

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- อิหร่านออกคำเตือนว่าจะโจมตีเคเบิลใต้น้ำหากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางทหารอีกรอบ
- ตรวจพบเรือหลายลำลอยลำผิดปกติอยู่ใกล้จุดที่เป็นเส้นทางเคเบิลใต้น้ำสำคัญ
- สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างอิหร่านและรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์
- ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจับตาความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมระดับโลก
สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง หลังทางการอิหร่านออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างแข็งกรวด โดยประกาศชัดเจนว่าอาจใช้มาตรการโจมตีทำลายระบบเคเบิลใต้น้ำ หากรัฐบาลภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจยกระดับการใช้กำลังทางทหารเข้าโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมในอนาคต
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การกล่าววาจาขู่เท่านั้น แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงยังตรวจพบความผิดปกติทางกายภาพในพื้นที่ยุทธศาสตร์ โดยมีรายงานว่าพบเรือหลายลำจอดทอดสมอหรือลอยลำอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับแนวเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นทางหลักในการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตและการสื่อสารระหว่างประเทศ พฤติการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับหน่วยงานกำกับดูแลและผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกเป็นอย่างมาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
เคเบิลใต้น้ำถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลโลก โดยกว่า 95% ของการสื่อสารระหว่างทวีปและอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดนล้วนอาศัยโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ การที่โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองหรือถูกคุกคามด้วยการโจมตีทางกายภาพ จึงไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคงทางทหาร แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเสถียรภาพทางการเงิน การค้า และการเข้าถึงข้อมูลของประชากรโลกอย่างประเมินค่าไม่ได้
ทั้งนี้ โครงข่ายเคเบิลใต้น้ำทั่วโลกมักเผชิญความเสี่ยงจากอุบัติเหตุทางเรือ เช่น การทอดสมอเรือผิดจุดหรือเครื่องมือประมงลากไปโดนสายเคเบิลอยู่เป็นประจำ แต่การถูกขู่คุกคามโดยตรงจากรัฐบาลต่างประเทศด้วยเหตุผลทางการเมืองถือเป็นสถานการณ์ที่หาได้ยากและมีความเสี่ยงสูงมาก ผู้ให้บริการระบบสื่อสารจึงต้องยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและเตรียมแผนสำรองเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเส้นทางคมนาคมทางดิจิทัลเหล่านี้
ที่มา: Ars Technica
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น