ข้ามไปเนื้อหาหลัก

อนุทิน สยบกระแสข่าวตุนเสบียง 72 ชั่วโมง ยันไทยไม่อดอยาก

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ออกโรงเคลียร์ประเด็นตุนเสบียง 72 ชั่วโมง ในรายการ คุยกับ ครม.อนุทิน วันที่ 7 พ.ย. 2569 ย้ำไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำไม่ต้องกังวลเรื่องขาดแคลนอาหาร

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
07 Nov 2026ที่มา: Khaosod Politics2 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
อนุทิน สยบกระแสข่าวตุนเสบียง 72 ชั่วโมง ยันไทยไม่อดอยาก

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล สยบกระแสข่าวตุนเสบียง 72 ชั่วโมง
  • ยืนยันประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องการขาดแคลนอาหาร
  • ชี้ประเทศไทยมีพื้นฐานโครงสร้างที่แข็งแกร่งและเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ
  • เผยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวผ่านรายการ คุยกับ ครม.อนุทิน ทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ซึ่งออกอากาศทุกวันเสาร์เวลา 09.05 น. เพื่อชี้แจงถึงกระแสข่าวความกังวลเรื่องการเตรียมเสบียงอาหาร 72 ชั่วโมงเพื่อรับมือเหตุฉุกเฉิน โดยยืนยันว่าประชาชนสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขและไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนก

นายอนุทินระบุว่า การใช้ชีวิตทั่วไปในครัวเรือนปกติมักจะมีอาหารสำรองติดบ้านไว้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กสำเร็จรูป อาหารกล่อง และอาหารแช่แข็ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการใช้ชีวิต ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเตรียมการจนเกินกว่าเหตุ พร้อมทั้งให้ความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยไม่มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารแต่อย่างใด

การออกมาให้ความเชื่อมั่นของผู้นำรัฐบาลในครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการความตื่นตระหนกของประชาชนท่ามกลางกระแสข่าวสารที่อาจมีความคลาดเคลื่อน โดยในทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจการเกษตร ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลก ทำให้ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ในระดับประเทศอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญควบคู่กันไปคือมาตรการการเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่วิกฤตอย่างทันท่วงที

ผู้นำรัฐบาลยังได้เน้นย้ำถึงจุดแข็งของประเทศว่า ประเทศไทยเปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำที่มีความพร้อมในทุกด้าน และปัญหาการขาดแคลนอาหารในยามวิกฤตนั้นถือว่าห่างไกลจากความเป็นจริงเป็นอย่างมาก สิ่งที่รัฐบาลมีความกังวลและให้ความสำคัญมากกว่าคือการเข้าถึงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ให้ออกมารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้