ประธานาธิบดีปารากวัยถูกถอดถอนและกักบริเวณหลังธนาคารล่ม
ซานติอาโก เปญา ประธานาธิบดีปารากวัย ถูกปลดและกักบริเวณในบ้านหลังธนาคารยูเอโนล้มละลาย ส่งผลให้ประชาชนกว่าครึ่งประเทศเข้าถึงเงินเก็บไม่ได้

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ประธานาธิบดีซานติอาโก เปญา ถูกวุฒิสภาลงมติถอดถอนเอกฉันท์ 44 ต่อ 0 เสียง
- วิกฤตธนาคารยูเอโนล่มทำให้ประชากรครึ่งประเทศกว่า 3 ล้านคนเข้าถึงเงินออมไม่ได้
- เปญาถูกควบคุมตัวและถูกตั้งข้อหาประพฤติมิชอบ ผลประโยชน์ทับซ้อน และยักยอกกองทุน
- เปโดร อัลเลียนนา ขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีจนถึงปี 2028
เกิดวิกฤตทางการเมืองครั้งใหญ่ในปารากวัยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากประธานาธิบดีซานติอาโก เปญา ถูกวุฒิสภาลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ และถูกสั่งให้กักบริเวณในบ้านทันที เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังการล่มสลายของธนาคารยูเอโน (Ueno Bank) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวของเขา ส่งผลให้ระบบการเงินของประเทศสั่นคลอนอย่างรุนแรงและสร้างความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง
ความขัดแย้งปะทุขึ้นเมื่อธนาคารดิจิทัลดังกล่าวถูกธนาคารกลางปารากวัยเข้ายึดกิจการ ทำให้ประชาชนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไม่สามารถเบิกถอนเงินฝากและเงินบำนาญของตนเองได้ ภาพของประชาชนที่เข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอถอนเงินหน้าสาขาต่างๆ ของธนาคารยูเอโนในกรุงอซุนซิออน ปรากฏให้เห็นตลอดช่วงต้นสัปดาห์ สะท้อนถึงความตื่นตระหนกของประชาชนหลายล้านคนที่ได้รับผลกระทบ
ก่อนหน้าที่สภาจะลงมติ เปญาได้ยื่นข้อเสนอขอลาออกจากตำแหน่งด้วยตนเองในวันพฤหัสบดี แต่สมาชิกวุฒิสภาปฏิเสธและเลือกที่จะดำเนินการถอดถอนเขาผ่านกระบวนการทางกฎหมาย พร้อมทั้งตั้งข้อหาประพฤติมิชอบ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เขาถูกตัดสิทธิ์ความคุ้มครองทางกฎหมายที่อดีตประธานาธิบดีมักได้รับ
ข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการที่นำไปสู่การปลดเปญาประกอบด้วย การมีผลประโยชน์ทับซ้อน การแทรกแซงการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ การโยกย้ายเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญ และการมีส่วนร่วมในการปกปิดความผิดพลาดของสถาบันร่วมกับธนาคารกลาง ซิลเรีย มาร์การิตา กอนซาเลส เวสเตอร์ อัยการผู้รับผิดชอบคดี ระบุว่าเปญาจะต้องเข้ารับการสอบสวนเพิ่มเติมในวันเสาร์ ในข้อหาละเมิดความไว้วางใจ การใช้ทธิ์อิทธิพลในทางมิชอบ และการยักยอกเงินทุน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความโกรธเคืองในหมู่ประชาชน นำไปสู่การประท้วงครั้งใหญ่ทั่วประเทศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมีผู้คนหลายพันคนออกมาเดินขบวนตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องเงินออมของตนคืน การชุมนุมบางจุดลุกลามจนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล ซึ่งต้องใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อควบคุมฝูงชน
"ชาวปารากวัยที่กำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากจากวิกฤตทางการเงินในครั้งนี้ จะได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่แน่นอน"
เปโดร อัลเลียนนา
ในส่วนของการบริหารประเทศหลังจากนี้ เปโดร อัลเลียนนา จะทำหน้าที่เป็นประธานาธิบดีรักษาการไปจนถึงวาระในปี 2028 ขณะที่ บาซิลิโอ นูเญซ ประธานวุฒิสภา ยืนยันว่าเปญาถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาละቆปฏิบัติหน้าที่ ส่วนบรรดานักวิเคราะห์ประเมินว่าอดีตผู้นำรายนี้จะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีทางอาญาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากเหตุการณ์ธนาคารล่มครั้งนี้
วิกฤตการณ์ในปารากวัยครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนถึงความเสี่ยงของการควบรวมอำนาจรัฐและผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัว เมื่อสถาบันการเงินที่เชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจล่มสลาย ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่ลาม 1 ถึงความมั่นคงทางการเมืองและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบกฎหมาย การถอดถอนประธานาธิบดีด้วยมติเอกฉันท์ในเวลาอันรวดเร็วแสดงให้เห็นถึงแรงกดดันมหาศาลจากภาคประชาชนที่ลุกฮือขึ้นทวงAสิทธิ์ของตนเอง
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น