สุชาติ บินด่วนภูเก็ต ทวงคืนหาดฟรีดอม ปราบมาเฟียฮุบป่า 3 พันล้าน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ภูเก็ต 7 พ.ย. 2569 ตามคำสั่งนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ล้างบางมาเฟียฮุบป่าสงวนหาดฟรีดอม 70 ไร่ เสียหาย 3,000 ล้านบาท

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- นายกฯ อนุทิน สั่งการด่วนให้ สุชาติ ชมกลิ่น ลงพื้นที่ภูเก็ตปราบมาเฟีย
- เป้าหมายหลักคือการทวงคืนหาดฟรีดอม พื้นที่ป่าสงวนกว่า 70 ไร่
- ประเมินมูลค่าความเสียหายจากการบุกรุกป่าครั้งนี้สูงถึง 3,000 ล้านบาท
- รัฐบาลลั่นวาจาต้องดำเนินคดีทุกรายอย่างเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น
รัฐบาลเดินหน้ากวาดล้างผู้มีอิทธิพลครั้งใหญ่หลังปัญหาการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติกลายเป็นวาระเร่งด่วน โดยเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายภารกิจเร่งด่วนจากนายกรัฐมนตรี ให้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตทันที เพื่อตรวจสอบและติดตามความคืบหน้าทางคดีกับกลุ่มทุนและผู้มีอิทธิพลที่เข้าครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ภารกิจสำคัญในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่บริเวณหาดฟรีดอม ซึ่งตกเป็นประเด็นการแสวงหาประโยชน์โดยกลุ่มทุนนอกรีต โดยรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนในการทวงคืนผืนป่าและหาดทรายสาธารณะทุกตารางนิ้วกลับคืนสู่มือของประชาชนคนไทยทุกคน พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานบูรณาการกำลังบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาด ไม่มีละเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหมรายใดทั้งสิ้น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ปฏิบัติการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เคยลงพื้นที่ตรวจสอบหาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ตด้วยตนเองมาแล้วครั้งหนึ่ง และในครั้งนั้นท่านได้พบเห็นสภาพปัญหาที่แท้จริงด้วยตาตนเอง ก่อนจะออกคำสั่งกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดการปัญหากลุ่มมาเฟียและผู้มีอิทธิพลซึ่งทำการปิดกั้นพื้นที่ชายหาดกินอาณาบริเวณกว้างขวางกว่า 70 ไร่ จนสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศคิดเป็นมูลค่ามหาศาลถึง 3,000 ล้านบาท
“ต้องยึดหาดฟรีดอมคืนจากกลุ่มมาเฟีย กลุ่มผู้มีอิทธิพล เพราะความหมายของ Freedom คือหาดอิสระเสรี ต้องเป็นของประชาชน ประชาชนสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้ โดยไม่มีใครเป็นเจ้าของสัมปทาน ไม่ใช่หาดของผู้มีอิทธิพลหรือของผู้ใดผู้หนึ่ง”
อนุทิน ชาญวีรกูล
การลงพื้นที่แก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ชายหาดและป่าสงวนในจังหวัดภูเก็ตสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการจัดการกับปัญหาเชิงโครงสร้างของผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ซึ่งมักฉวยโอกาสจากช่องว่างทางกฎหมายและการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็วในการฮุบสมบัติชาติมาเป็นของส่วนตัว การประกาศใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดและการลงมาควบคุมด้วยตนเองของรัฐมนตรีแสดงถึงสัญญาณการเอาจริงเอย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงคือการติดตามยึดทรัพย์และการฟื้นฟูสภาพป่าที่เสียหายให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ดังเดิมในระยะยาว ซึ่งต้องอาศัยความโปร่งใสและการตรวจสอบจากภาคประชาชนร่วมด้วย
นายสุชาติ กล่าวย้ำในตอนท้ายของการลงพื้นที่ว่า รัฐบาลชุดนี้จะไม่ยอมให้กลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่งผูกขาดทรัพยากรสาธารณะที่ควรเป็นสมบัติร่วมกันของคนไทยทุกคน และกระบวนการทางกฎหมายทั้งหมดจะดำเนินไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการปกป้องผืนป่าและชายหาดทั่วประเทศไม่ให้ถูกกลุ่มทุนมืดครอบครองอีกต่อไป
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น