ข้ามไปเนื้อหาหลัก

กระแส Labubu แผ่วลง: ยอดขาย Pop Mart ดิ่งและแฟนคลับหันซบเทรนด์อื่น

ความคลั่งไคล้ตุ๊กตา Labubu เริ่มซาลงหลังยอดขายทั่วโลกของ Pop Mart ร่วงถึง 50% และในสหรัฐฯ ดิ่งลง 70% ด้านแฟนคลับตัวยงหันไปสะสมของเล่นอื่นแทน

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
08 Nov 2026ที่มา: BBC Business3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
กระแส Labubu แผ่วลง: ยอดขาย Pop Mart ดิ่งและแฟนคลับหันซบเทรนด์อื่น

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ยอดขายทั่วโลกของ Pop Mart ในช่วง 3 เดือนถึงสิ้นเดือนกันยายนลดลงมากถึง 50%
  • รายได้ในสหรัฐฯ ดิ่งลงอย่างน้อย 70% สวนทางกับมูลค่าบริษัทที่เคยสูงกว่ายักษ์ใหญ่ของเล่นสหรัฐฯ
  • แฟนคลับตัวยงและนักสะสมเริ่มเปลี่ยนความสนใจไปหาของเล่นอื่น เช่น Hello Kitty และ Sonny Angels
  • ผู้เชี่ยวชาญมองว่าความท้าทายหลักคือการสร้างคาแรคเตอร์ให้อยู่รอดได้ในระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งกระแสไวรัล

กระแสความคลั่งไคล้ตุ๊กตามอนสเตอร์ฟูฟ่องอย่าง Labubu ที่เคยพุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด ดูเหมือนจะเริ่มแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัดในปัจจุบัน หลังจากที่เคยสร้างปรากฏการณ์กล่องสุ่มฟีเวอร์จนผู้คนยอมจ่ายเงินในราคาหลักสิบดอลลาร์หรือสูงกว่านั้นในตลาดรีเซล เพื่อตามหาคาแรคเตอร์ที่หายากมาครอบครอง

ความนิยมที่พุ่งสูงลิ่วนี้เคยทำให้แฟนคลับชาวอเมริกันจากนอร์ทแคโรไลนาที่ใช้ชื่อว่า Ensito ถึงกับลาออกจากงานด้านเทคโนโลยีในปี 2024 เพื่อมาทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ Labubu แบบเต็มตัว โดยเดินทางไปไกลถึงอิตาลีและสเปนเพื่อตามล่าคอลเลกชันใหม่ๆ และยังลงทุนทำฟันปลอมหยักเลียนแบบ Labubu เพื่อใส่ไปร่วมงานอีเวนต์ต่างๆ อีกด้วย แต่ในปัจจุบันเขาได้เบนความสนใจไปสู่เทรนด์อื่น เช่น Hello Kitty และของเล่นแนวบีบคลายเครียดแทนแล้ว

cute collectible designer toy figures retail shop

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ากระแสที่เคยผลักดันให้ Pop Mart บริษัทแม่จากปักกิ่งมีมูลค่าสูงกว่าบริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง Hasbro และ Mattel รวมกัน อาจกำลังแผ่วกำลังลง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่ายอดขายทั่วโลกในไตรมาสสิ้นสุดเดือนกันยายนลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และตลาดนอกจีนแผ่นดินใหญ่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่รายได้ลดลงอย่างน้อย 70%

50%ยอดขายทั่วโลกลดลง
70%รายได้ในสหรัฐฯ ดิ่งลง

จุดเด่นของ Labubu ที่เปิดตัวในปี 2019 คือกลยุทธ์กล่องสุ่มที่สร้างความตื่นเต้นเหมือนการเปิดของขวัญในวัยเด็ก และกลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่คนดังระดับโลกอย่าง Kim Kardashian และ Lisa จากวง Blackpink นำมาประดับตัว จนเคยเกิดเหตุการณ์แย่งชิงกันหน้าร้านในสหราชอาณาจักรมาแล้ว รวมถึงมีแฟนคลับทุ่มเงินกว่า 150,000 ดอลลาร์ซื้อ Labubu ขนาดเท่าคนจริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"การสะสมทำให้รู้สึกถึงความnostalgic หรือโหยหาอดีต เหมือนกับความรู้สึกตอนแกะของขวัญตอนเป็นเด็ก"

Katelynn Carlson

อย่างไรก็ตาม เมื่อ Pop Mart เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการ ความพิเศษและหาซื้อยากซึ่งเคยเป็นหัวใจสำคัญก็ค่อยๆ เลือนหายไป ประกอบกับเสียงสะท้อนจากนักลงทุนที่กังวลว่าความสำเร็จระดับโลกนี้อาจเป็นเพียงกระแสไวรัลชั่วคราว มากกว่าความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ขณะที่แบรนด์คู่แข่งอย่าง Sonny Angels, Smiski หรือแม้แต่ Miniso ที่ขายกล่องสุ่ม Disney และ Marvel เริ่มได้รับความนิยมแย่งส่วนแบ่งไป

ปรากฏการณ์ของ Pop Mart ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจของธุรกิจของเล่นสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังโซเชียลมีเดียและความหายาก (Scarcity Marketing) ต่างจากโมเดลของดิสนีย์ที่สร้างเรื่องราวก่อนขายสินค้า การที่ Pop Mart พยายามสร้างภาพยนตร์หรือสวนสนุกตามมาทีหลังจึงเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ว่าพวกเขาจะสามารถทำให้ผู้บริโภคผูกพันกับตัวละครได้ยาวนานเพียงใดเมื่อกระแสคนดังถือจบลง

ในขณะที่กระแส Labubu เย็นลง แฟนคลับหลายคนอย่าง Clara Barbero จากแคนาดา ระบุว่าเธอเริ่มคัดเลือกของสะสมอย่างพิถีพิถันมากขึ้นและซื้อเฉพาะสิ่งที่ชื่นชอบจริงๆ แทนที่จะตามเก็บทุกซีรีส์ที่ปล่อยออกมาใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ายุคทองของมอนสเตอร์ฟูฟ่องอาจกำลังเดินทางมาถึงบททดสอบสำคัญ

ที่มา: BBC Business

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้