ปิยบุตร เปิด 2 แนวทางรื้อฟื้นร่างพ.ร.บ.ล้างมรดก 6 ตุลา
ปิยบุตร แสงกนกกุล ชี้ช่องทางรื้อฟื้นร่างพระราชบัญญัติล้างมรดก 6 ตุลา ผ่านการฟ้องศาลปกครองและการเข้าชื่อของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ปิยบุตร แสงกนกกุล เสนอ 2 ช่องทางในการคืนชีพร่าง พ.ร.บ.ล้างมรดก 6 ตุลา
- แนวทางแรกคือการฟ้องศาลปกครองเพื่อให้พิจารณาคำสั่งของคณะรัฐมนตรี
- แนวทางที่สองคือการใช้ สส. เข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร
- การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลบล้างมลทินและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อรื้อฟื้นร่างพระราชบัญญัติล้างมรดก 6 ตุลา หลังจากที่ร่างกฎหมายดังกล่าวเคยถูกตีตกไปในกระบวนการพิจารณาก่อนหน้านี้ โดยมองว่าเนื้อหาและสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียหายและครอบครัวของผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในอดีต
สำหรับการเปิดเผยแนวทางในครั้งนี้ นายปิยบุตรระบุว่ามีช่องทางทางกฎหมายและการเมืองที่ยังสามารถดำเนินการได้ เพื่อผลักดันให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกครั้ง โดยแบ่งออกเป็นสองแนวทางหลักที่ภาคประชาสังคมและผู้ผลักดันสามารถร่วมมือกันขับเคลื่อนได้ทันที

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การนำร่างกฎหมายที่เคยถูกปฏิเสธกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอีกครั้งผ่านช่องทางศาลปกครองและการเข้าชื่อของ สส. สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้กลไกทางกฎหมายที่มีอยู่เพื่อท้าทายคำสั่งหรือกระบวนการทางบริหาร ซึ่งถือเป็นแนวทางที่นักกฎหมายและนักสิทธิมนุษยชนมักนำมาใช้เมื่อกระบวนการนิติบัญญัติปกติเผชิญทางตัน อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของแนวทางนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในแง่ของอายุความ การตีความอำนาจศาล และเสียงสนับสนุนในสภา
แนวทางแรกที่ถูกเสนอคือการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของมติหรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการตีตกร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งในทางทฤษฎีทางกฎหมายเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถฟ้องร้องเพื่อเพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่ไม่เป็นธรรมได้ หากพบว่ากระบวนการพิจารณาไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
ส่วนแนวทางที่สองคือการใช้กลไกของสมาชิกรัฐสภา โดยอาศัยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีแนวคิดปฏิรูปหรือเห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน เข้าชื่อร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติล้างมรดก 6 ตุลา กลับเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
การผลักดันทั้งสองช่องทางนี้คาดว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมไทยอีกครั้ง ในการกลับมาทบทวนประวัติศาสตร์หน้ามืดของประเทศ และเป็นการพิสูจน์เจตจำนงของฝ่ายการเมืองในการเยียวยาแผลเป็นทางสังคมที่ยาวนานเกือบห้าทศวรรษ
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น