Eco Expo Asia 2026: จีนและ UN ชี้ไม่มีชาติใดรับมือวิกฤตลำพัง
งาน Eco Expo Asia ครั้งที่ 21 ณ ฮ่องกง เปิดฉากด้วยเสียงสะท้อนจากจีนและ UN ว่าความร่วมมือระดับโลกคือทางรอดเดียวของวิกฤตสิ่งแวดล้อม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Eco Expo Asia 2026 จัดขึ้นที่ AsiaWorld-Expo ฮ่องกง ระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม 2026
- Huang Runqiu รมว.กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมจีน ชี้วิกฤตโลกไร้พรมแดน
- จีนโชว์ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันฮ่องกงเป็นประตูสู่ความยั่งยืน
- เสนอสามแนวทางขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสีเขียวระดับนานาชาติ
การพูดถึงความยั่งยืนมักพาเราไปสู่ภาพบูธเทคโนโลยีสีเขียวและการจับคู่ธุรกิจในงานแสดงสินค้า ทว่า Huang Runqiu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน วางโจทย์ไว้กว้างกว่านั้น โดยมองว่ามนุษยชาติคือประชาคมที่มีอนาคตร่วมกัน และไม่มีประเทศใดเอาตัวรอดจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศได้เพียงลำพัง
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา บนเวทีพิธีต้อนรับงาน Eco Expo Asia ครั้งที่ 21 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 ตุลาคม ที่ AsiaWorld-Expo ฮ่องกง ภายใต้ธีม Connecting the World for a Sustainable Future ทาง Huang Runqiu ได้ชวนมองว่าการเชื่อมนโยบาย อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และตลาดสีเขียวระหว่างประเทศเข้าหากัน คือหัวใจของการรับมือวิกฤตครั้งนี้
โจทย์เดียวกันนี้ถูกตอบต่อจากอีกหลายมุมในวันเดียวกัน ตั้งแต่ Dr. Samuel Chui อธิบดีกรมคุ้มครองสิ่งแวดล้อม รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ที่เล่าถึงบทบาทตัวเชื่อมของฮ่องกง ไปจนถึงช่วงภาครัฐของการประชุม Eco Asia Conference ซึ่งมี Luo Xiaoli รองอธิบดีกรมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้ประโยชน์ทรัพยากร กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศจีน และ Ariesta Ningrum ผู้อำนวยการ Climate Technology Centre and Network (CTCN) ของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ ขึ้นกล่าวต่อกัน
Huang Runqiu เปิดด้วยภาพของวิกฤตสิ่งแวดล้อมสามด้าน ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และมลพิษ โดยยกตัวอย่างฤดูร้อนปีนี้ที่ยุโรปเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 80 ปี และเหตุน้ำแข็งถล่มในเนปาลที่ลามเป็นโคลนถล่มข้ามพรมแดน จนสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่ปลายน้ำ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ก่อนชวนประเทศอื่นร่วมมือ Huang Runqiu ได้ไล่เรียงผลงานของจีนภายใต้แนวคิดอารยธรรมเชิงนิเวศ โดยระบุว่าในปี 2025 ค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 ทั้งประเทศลดลงเหลือ 28 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สัดส่วนจุดตรวจวัดน้ำผิวดินคุณภาพดีขึ้นไปถึง 91.4% เพิ่มขึ้น 8 จุดเปอร์เซ็นต์ในห้าปี ขณะที่ลำน้ำสายหลักของแม่น้ำแยงซีรักษาคุณภาพน้ำระดับ II ได้ต่อเนื่อง 6 ปี และแม่น้ำเหลืองต่อเนื่อง 4 ปี
การชูประเด็นเรื่องวิกฤตไร้พรมแดนและการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของจีนสะท้อนภาพการใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อสร้างมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมใหม่ พร้อมทั้งวางตำแหน่งให้ฮ่องกงทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนโยบายภายในประเทศกับตลาดทุนและเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ Greater Bay Area
ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำ จีนสร้างระบบจ่ายไฟฟ้าสะอาดและระบบผลิตเหล็กสะอาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยในครึ่งแรกของปี 2026 พลังงานหมุนเวียนคิดเป็น 60.7% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ และเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ก็แซงหน้าถ่านหินเป็นครั้งแรก ขณะที่ในปี 2025 จีนผลิตและขายรถยนต์พลังงานใหม่ได้เกิน 16 ล้านคัน ครองอันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 11
“ไม่มีประเทศใดเอาตัวรอดจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศได้เพียงลำพัง”
Huang Runqiu

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ที่มา: Techsauce
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น