เพียวมัทฉะ VS มัทฉะลาเต้ แบบไหนคุ้มค่า ได้ประโยชน์สุขภาพมากกว่ากัน
เจาะลึกความต่างระหว่างเพียวมัทฉะและมัทฉะลาเต้ ทั้งแคลอรี สารต้านอนุมูลอิสระ และความคุ้มค่า เพื่อช่วยให้คุณเลือกดื่มได้ตรงกับเป้าหมายสุขภาพ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เพียวมัทฉะให้พลังงานต่ำเพียง 5-10 กิโลแคลอรีต่อแก้วและไม่มีน้ำตาล
- มัทฉะลาเต้อาจให้พลังงานสูงถึง 150-300+ กิโลแคลอรีตามปริมาณนมและน้ำตาล
- โปรตีนเคซีนในนมวัวอาจลดประสิทธิภาพการดูดซึมสาร EGCG ได้บางส่วน
- การเลือกดื่มขึ้นอยู่กับเป้าหมายสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และความชอบส่วนบุคคล
กระแสการดื่มชาเขียวมัทฉะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนรักสุขภาพและสายคาเฟ่ แต่เมื่อยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์สั่งเครื่องดื่ม หลายคนมักเกิดคำถามในใจว่า ระหว่าง เพียวมัทฉะ (Pure Matcha) ที่ชงกับน้ำเปล่า กับ มัทฉะลาเต้ (Matcha Latte) ที่ผสมนมสดนุ่มนวล แบบไหนจะให้ประโยชน์มัทฉะได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า และแบบไหนคุ้มค่าเงินในกระเป๋ามากกว่ากัน ก่อนจะเปรียบเทียบความคุ้มค่า ต้องเข้าใจโครงสร้างวัตถุดิบของทั้งสองเมนูก่อน
เพียวมัทฉะ หรือ Usucha และ Cold Whisk คือการนำผงมัทฉะบดละเอียดมาตีกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็นโดยไม่เติมสิ่งปรุงแต่ง รสชาติจะมีความขมเข้ม Hอมกลิ่นใบชา และมีความอูมามิแบบธรรมชาติตามคุณภาพของเกรดชา ส่วนมัทฉะลาเต้คือการนำผงมัทฉะผสมกับนม เช่น นมสด นมโอ๊ต หรือนมอัลมอนด์ และมักจะมีการเติมความหวานด้วยน้ำตาลหรือไซรัป รสชาติกลมกล่อม หอมมัน ดื่มง่าย หากเป้าหมายของคุณคือการดูแลสุขภาพ การดื่มเพียวมัทฉะถือเป็นตัวเลือกที่ได้คุณค่าทางโภชนาการบริสุทธิ์ที่สุด
- สารต้านอนุมูลอิสระสูง (EGCG): มัทฉะอุดมไปด้วยสารคาเตชิน โดยเฉพาะ EGCG ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ ชะลอการเสื่อมของเซลล์ และส่งเสริมสุขภาพหัวใจ
- แคลอรีต่ำมาก: เพียวมัทฉะ 1 แก้ว ให้พลังงานเพียง 5-10 กิโลแคลอรีเท่านั้น กรณีไม่เติมน้ำตาล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก หรือรับประทานอาหารแบบ IF และ Ketogenic
- สมาธิและความผ่อนคลาย: มีกรดอะมิโน แอล-ธีอะนีน (L-Theanine) สูง ทำงานร่วมกับคาเฟอีน ช่วยให้ตื่นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ทำให้หัวใจสั่นเหมือนกาแฟ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
แม้มัทฉะลาเต้จะมีผงมัทฉะเป็นส่วนประกอบหลัก แต่การพัฒนารสชาติด้วยนมและน้ำตาลส่งผลต่อการได้รับสารอาหาร โดยมัทฉะลาเต้ทั่วไปตามร้านกาแฟอาจให้พลังงานตั้งแต่ 150 ถึง 300+ กิโลแคลอรี ขึ้นอยู่กับประเภทของนมและปริมาณความหวานที่ใส่ ข้อมูลจากงานวิจัยด้านโภชนาการระบุว่า โปรตีนเคซีนในนมวัวอาจเข้าไปจับตัวกับสารคาเตชินในชาเขียว ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพการดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระเข้าสู่ร่างกายได้บางส่วน แต่ร่างกายยังคงได้รับแคลเซียมและโปรตีนจากนมทดแทน สำหรับสายสุขภาพที่ชอบรสนม สามารถเปลี่ยนเป็นนมพืช เช่น นมอัลมอนด์สูตรไม่หวาน หรือนมโอ๊ต และสั่งหวานน้อย 0-25% เพื่อช่วยลดปริมาณแคลอรีลงได้มาก
การทำความเข้าใจเรื่องปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนในนมกับสารคาเตชินช่วยให้เราวางแผนการดื่มชาเขียวได้ดีขึ้น หากต้องการประโยชน์ด้านสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด การดื่มแบบใส่น้ำเปล่าจึงตอบโจทย์มากกว่า แต่หากต้องการความเพลิดเพลินและพลังงานระหว่างวัน การปรับสูตรมาใช้มนพืชหรือลดความหวานก็เป็นทางสายกลางที่ดี
เมื่อเปรียบเทียบในตาราง พบว่าเพียวมัทฉะมีพลังงานประมาณ 5-10 kcal ปริมาณน้ำตาล 0 กรัม ให้ความรู้สึกเข้มข้น ขมปนอูมามิ และได้รับความคุ้มค่าด้านสุขภาพระดับ 5 ดาว ส่วนมัทฉะลาเต้มีพลังงานประมาณ 150-300+ kcal มีน้ำตาล 10-25+ กรัม รสชาตินุ่มนวล หอมมัน ดื่มง่าย และมีความคุ้มค่าด้านสุขภาพระดับ 3 ดาว เพียวมัทฉะชนะเพราะทุกบาทที่จ่ายไปคือค่าผงมัทฉะเกรดคุณภาพและสารต้านอนุมูลอิสระแท้ๆ โดยไม่มีวัตถุดิบอื่นมาเจือปน ขณะที่มัทฉะลาเต้ตอบโจทย์กว่าสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มยามบ่ายที่ช่วยให้อิ่มท้อง ได้พลังงาน และผ่อนคลายจากความหวานนุ่มนวล การเลือกดื่มระหว่างสองเมนูนี้ไม่มีคำตอบที่ผิด ขึ้นอยู่กับเป้าหมายสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของคุณ
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น