เจาะลึกเศรษฐกิจไทยมิถุนายน 2569 แบงก์ชาติชี้ไตรมาส 2 โตชะลอ
ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยภาพรวมเศรษฐกิจเดือนมิถุนายน 2569 ทรงตัว แต่ไตรมาส 2 ชะลอเกือบทุกด้าน พิษสงครามตะวันออกกลางและค่าครองชีพกดดัน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เศรษฐกิจไทยเดือนมิถุนายน 2569 ทรงตัว แต่ไตรมาส 2 ชะลอตัวเกือบทุกด้าน
- สงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง กระทบการท่องเที่ยวและภาคบริการ
- การบริโภคเอกชนลดลงจากค่าครองชีพสูง และยอดขาย EV ลดหลังหมดมาตรการ
- ส่งออกเทคโนโลยีเติบโตดีตามวัฏจักรโลก แต่การนำเข้าวัตถุดิบและน้ำมันพุ่งตาม
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่รายงานภาพรวมเศรษฐกิจไทยประจำเดือนมิถุนายน 2569 โดยระบุว่าภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมยังคงทรงตัว แต่หากมองภาพย่อยในไตรมาสที่ 2 กลับพบสัญญาณการชะลอตัวลงเกือบทุกด้านเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา ปัจจัยลบหลักมาจากผลกระทบลูกโซ่ของสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะราคาพลังงานที่ทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านภาคการท่องเที่ยวพบข้อจำกัดในการเดินทางของชาวต่างชาติอย่างชัดเจน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปลดลงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับสายการบินต่างๆ ต้องปรับลดจำนวนเที่ยวบินลงตามต้นทุนด้านพลังงานที่แพงขึ้น ส่งผลให้ภาคบริการในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม ที่พัก และร้านอาหารหดตัวลงอย่างหนัก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่งก็ซบเซาลงด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การที่ภาคการท่องเที่ยวและบริการพึ่งพานักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางและยุโรปเป็นหลัก สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างการท่องเที่ยวไทยต่อปัจจัยภายนอก เมื่อเกิดวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้ต้นทุนการบินสูงขึ้น นักท่องเที่ยวระยะไกลจึงชะลอการเดินทางทันที ซึ่งรัฐบาลและผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งกระจายความเสี่ยงด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวตลาดใกล้เคียงหรือกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศทดแทน
สำหรับการบริโภคของภาคเอกชนปรับตัวลดลงค่อนข้างมากเช่นกัน อันเนื่องมาจากภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ในเดือนมิถุนายนจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐช่วยพยุงไว้บ้าง แต่ตัวเลขการใช้จ่ายกลับลดลงในเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะหมวดโรงแรม ร้านอาหาร หมวดอุปโภคบริโภคทั่วไป และปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงหลังจากมีการเร่งซื้อตุนไว้ตั้งแต่ไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ายังปรับตัวลดลงเล็กน้อยภายหลังสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.0
อย่างไรก็ดี ยังมีจุดสว่างในภาคการส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่ได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกและความต้องการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทว่าในฝั่งของการนำเข้าก็พุ่งสูงขึ้นมากเช่นกัน ทั้งการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองภายในประเทศ และการนำเข้าวัตถุดิบจำพวกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อรองรับการผลิตเพื่อส่งออก
สำหรับแนวโน้มในไตรมาสที่ 3 คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและการบริโภคของครัวเรือนจะยังคงมีลักษณะกระจุกตัว โดยแม้จะมีแรงสนับสนุนต่อเนื่องจากภาครัฐ แต่ประชาชนยังต้องเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่ยังคงอยู่ในระดับสูง สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความคืบหน้าของสงครามอ่าวอาหรับ ทิศใต้นโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว รวมถึงแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่อาจเร่งตัวขึ้นจากปัจจัยการผลิตต่างๆ
ที่มา: Khaosod Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น