ข้ามไปเนื้อหาหลัก

นิด้าโพลเผย ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจเด่น แต่เสียงหนุนรัฐบาลยังก้ำกึ่ง

ผลสำรวจนิด้าโพลระบุประชาชนส่วนใหญ่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส และมองว่าช่วยเพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี ทว่าเสียงสะท้อนเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลกลับยังมีความไม่แน่นอนสูง

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
02 Aug 2026ที่มา: Khaosod Politics3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)อัปเดตล่าสุด 04 Aug 2026
แชร์
นิด้าโพลเผย ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ กระตุ้นเศรษฐกิจเด่น แต่เสียงหนุนรัฐบาลยังก้ำกึ่ง

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • ประชาชนร้อยละ 71.35 เข้าร่วมโครงการในฐานะบุคคลทั่วไปเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้า
  • ผู้ร่วมโครงการกว่าร้อยละ 81 มองว่าช่วยเพิ่มรายได้และการค้าขายได้
  • เสียงสะท้อนเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลหลังร่วมโครงการ ร้อยละ 33.24 ยังไม่แน่ใจ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “ไทยช่วยไทย พลัส กับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเมือง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนจากฐานข้อมูล Master Sample และเก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0

จากการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการ พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 71.35 เป็นบุคคลทั่วไปที่เข้าโครงการเพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้า รองลงมาคือร้อยละ 25.19 ที่ระบุว่าไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ขณะที่ร้อยละ 1.89 เป็นร้านค้าหรือผู้ประกอบการ และร้อยละ 1.57 เป็นทั้งบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการในคราวเดียวกัน

71.35%บุคคลทั่วไปที่เข้าร่วมโครงการ
48.92%มองว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก

สำหรับผู้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการซึ่งมีจำนวน 466 หน่วยตัวอย่าง ปัจจัยหลักร้อยละ 47.42 ระบุว่าไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ รองลงมาคือร้อยละ 27.04 ที่ไม่สนใจเข้าร่วม และร้อยละ 24.47 ที่ระบุว่าลงทะเบียนไม่ทัน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเล็กๆ ร้อยละ 1.07 ที่ระบุเหตุผลอื่นๆ เช่น ไม่ทราบวิธีการลงทะเบียนและไม่มีสมาร์ทโฟนสำหรับใช้งาน

การที่ประชากรส่วนใหญ่ระบุว่าไม่มีสิทธิหรือลงทะเบียนไม่ทัน สะท้อนถึงความท้าทายในการออกแบบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล ที่มักประสบปัญหาเรื่องความทั่วถึงของฐานข้อมูล และอุปสรรคทางเทคโนโลยีอย่างการเข้าถึงสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้กำหนดนโยบายต้องนำไปปรับปรุงในมาตรการถัดไปเพื่อให้เม็ดเงินเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แท้จริง

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

smartphone digital wallet registration

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ในส่วนของผู้ที่เข้าร่วมโครงการซึ่งมีจำนวน 1,384 หน่วยตัวอย่าง เมื่อสอบถามถึงผล 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านการเพิ่มรายได้จากการค้าขาย พบว่าร้อยละ 42.12 ระบุว่าช่วยได้มาก และร้อยละ 39.52 ค่อนข้างช่วยได้ ด้านการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย พบว่าร้อยละ 48.92 ค่อนข้างช่วยได้ และร้อยละ 40.61 ช่วยได้มาก ส่วนด้านการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ร้อยละ 45.09 ระบุว่าค่อนข้างช่วยได้ และร้อยละ 33.74 ช่วยได้มาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงประเด็นทางการเมืองว่าการได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวส่งผลต่อการตัดสินใจสนับสนุนรัฐบาลอย่างไร ผลปรากฏว่าร้อยละ 33.24 ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร รองลงมาคือร้อยละ 26.81 ที่ระบุว่ามีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล ขณะที่ร้อยละ 25.43 ระบุว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาล และร้อยละ 14.23 ระบุว่าจะ1มีหรือไม่มีโครงการก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว ส่วนที่เหลือร้อยละ 0.29 ไม่ตอบหรือไม่สนใจ

ที่มา: Khaosod Politics

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้