อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาเสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย หลังฮามาสยอมรับข้อตกลงปลดอาวุธ
กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกาซาต่อเนื่องเป็นคืนที่สอง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมถึงเด็กและผู้หญิงหลายราย แม้ว่ากลุ่มฮามาสเพิ่งจะตกลงแผนปลดอาวุธตามข้อเสนอของสหรัฐฯ ก็ตาม

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- เหตุโจมตีทางอากาศล่าสุดในกาซาทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย รวมถึงเด็กและสมาชิกในครอบครัวเดียวกัน
- ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นคืนที่สอง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังไม่คลี่คลาย
- อิสราเอลยืนยันยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิง และพื้นที่ราว 70% ของกาซายังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพอิสราเอล
- ฮามาสเพิ่งตกลงแผนการปลดอาวุธและส่งมอบให้อยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการสันติภาพที่นำโดยสหรัฐฯ
การโจมตีระลอกใหม่ในพื้นที่ฉนวนกาซาโดยกองกำลังทหารอิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน ซึ่งรวมถึงเด็กหลายราย เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์เปิดเผยว่าปฏิบัติการทางอากาศครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่หลายเมืองสำคัญ ได้แก่ กาซาซิตี ขานยูนิส และเดียร์ อัล-บาลาห์ โดยนับเป็นคืนที่สองติดต่อกันที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงในดินแดนดังกล่าว
เหตุการณ์ความรุนแรงนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่กลุ่มฮามาสประกาศยอมรับแผนการปลดอาวุธ ซึ่งกำหนดให้กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ต้องส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม ทางการอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายของการโจมตีคือปฏิบัติการทางทหารและแกนนำของฮามาส โดยกองทัพยืนยันว่าได้สังหารผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มไปหลายราย รวมถึงสมาชิกจากกองกำลังนุกบา (Nukbha) และกองพันมักฮาซี (Maghazi)

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในขณะเดียวกัน เอลี โคเฮน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของอิสราเอล ออกมากล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ ที่บรรลุผลเพื่อยุติการโจมตีในฉนวนกาซา ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ราวร้อยละ 70 อยู่ภายใต้การควบคุมของอิสราเอล โคเฮนยังระบุด้วยว่า เขามองว่ามีความจำเป็นที่อิสราเอลจะต้องเข้าควบคุมฉนวนกาซาอย่างเบ็ดเสร็จ หากกลุ่มฮามาสไม่ยอมปลดอาวุธตามเงื่อนไข แม้ว่าตามแผนของคณะกรรมการสันติภาพจะกำหนดให้อิสราเอลต้องถอนทหารออกจากพื้นที่ก็ตาม
ข้อตกลงสันติภาพและการปลดอาวุธในฉนวนกาซาภายใต้แผน 20 ข้อของสหรัฐฯ ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ แต่กระบวนการนี้นับว่ามีความซับซ้อนสูงมาก เนื่องจากยังต้องอาศัยการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เข้มงวดจากทั้งสองฝ่าย เช่น การจัดเก็บอาวุธหนักและการโอนอำนาจให้แก่คณะกรรมการอิสระ ขณะที่สถานการณ์ภาคพื้นดินยังคงเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจและการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
ความสูญเสียจากเหตุโจมตีล่าสุดสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า มีพ่อ แม่ และบุตรชายวัย 9 ขวบเสียชีวิตในบ้านพักที่เมืองขานยูนิส ขณะที่ชายและหญิงอีกคู่หนึ่งเสียชีวิตในอพาร์ตเมนต์ที่ถูกถล่มในเมืองเดียร์ อัล-บาลาห์ นอกจากนี้ ตัวเลขสะสมระบุว่ามีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตมากกว่า 1,100 คนนับตั้งแต่ช่วงเวลาที่ระบุว่าเป็นข้อตกลงหยุดยิงเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าคณะกรรมการสันติภาพบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์ของกลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในกาซาแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระยะที่สองในแผนสันติภาพที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง อย่างไรก็ดี รายละเอียดการส่งมอบอาวุธและการจัดเก็บคลังแสงยังคงต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการอิสระที่เข้ามาดูแลอำนาจต่อไป
ที่มา: BBC World
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น