Amazon เตรียมอัปเกรด Alexa Plus ด้วย AI รองรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมซับซ้อนขึ้น
Amazon พัฒนาผู้ช่วยอัจฉริยะ Alexa Plus ให้รองรับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมและบริการภายนอกหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวชุดเครื่องมือพัฒนา AI และมาตรฐาน Model Context Protocol

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- Alexa Plus กำลังจะได้อัปเกรด AI ให้รองรับคำสั่งและอุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่ซับซ้อนขึ้น
- เพิ่มการเชื่อมต่อกับแบรนด์ดัง เช่น Bosch, iRobot, Yale Home, Whirlpool และ Eufy
- ใช้มาตรฐาน Model Context Protocol (MCP) เพื่อเชื่อมต่อกับระบบภายนอกได้กว้างขวางขึ้น
- รองรับบริการใหม่ๆ เช่น Priceline สำหรับจองโรงแรมและชำระเงินผ่าน Amazon Wallet
Amazon กำลังเตรียมปล่อยอัปเดตครั้งสำคัญให้กับผู้ช่วยอัจฉริยะ Alexa Plus ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงพรีวิว โดยการอัปเดตนี้จะช่วยให้ระบบสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมในรูปแบบใหม่ๆ และรองรับการจัดการคำสั่งที่ซับซ้อนมากขึ้นจากผู้ใช้งานทั่วโลก
ในการอัปเดตครั้งนี้ Alexa Plus จะสามารถเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Bosch, Delta, Ecovacs, iRobot, Yale Home, Whirlpool, Tapo, Eufy และแบรนด์อื่นๆ พร้อมทั้งมีความสามารถในการส่งคำขอไปยังอุปกรณ์ที่ถูกต้องโดยอัตโนมัติอย่างไร้รอยต่อ
ทาง Amazon ได้ยกตัวอย่างการใช้งานจริงว่า หากผู้ใช้งานมีเครื่องซักผ้าที่รองรับและสั่งการว่า "Alexa, my kid’s soccer jersey could use a deep clean, but the tag says cold wash only" ระบบของ Alexa Plus จะทำหน้าที่คัดกรองตัวเลือกวงจรการซักของเครื่องและเลือกการตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุดให้ทันที ซึ่งความสามารถเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยชุดเครื่องมือพัฒนา AI ตัวใหม่จาก Amazon ที่ถูกออกแบบมาให้ผู้ผลิตอุปกรณ์สามารถเชื่อมต่อกับ Alexa Plus ได้ง่ายขึ้น รวมถึงอุปกรณ์ที่มีฟีเจอร์เฉพาะตัวซึ่งเดิมทีไม่เคยรองรับมาก่อน

การนำ Model Context Protocol (MCP) มาใช้งานถือเป็นก้าวสำคัญของ Amazon ในการเปิดกว้างให้อุปกรณ์และบริการภายนอกสามารถสื่อสารกับ AI ได้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ช่วยลดข้อจำกัดในการพัฒนาและทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งการข้ามแพลตฟอร์มได้อย่างลื่นไหลมากขึ้น นอกเหนือจากการควบคุมฮาร์ดแวร์ภายในบ้านแบบเดิม
ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Amazon ได้เปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะเวอร์ชันปรับปรุงใหม่ที่สามารถจัดการคำสั่งหลายขั้นตอนและช่วยสร้างกิจวัตรประจำวันผ่านเสียงได้ ซึ่งในขณะนั้นยังคงจำกัดการทำงานอยู่กับบริการภายนอกเพียงบางกลุ่ม เช่น Ticketmaster, OpenTable, Uber, Thumbtack, Expedia, Yelp, Square และ Angi เท่านั้น
เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าว Amazon จึงได้หันมานำมาตรฐานเปิดอย่าง Model Context Protocol (MCP) มาปรับใช้ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เปิดโอกาสให้โมเดล AI สามารถเชื่อมต่อกับระบบและเครื่องมือภายนอกได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งผลให้แบรนด์อื่นๆ สามารถเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับ Alexa Plus ได้มากขึ้น โดยบริษัทอย่าง Canva, Headspace, Priceline, Lyft, Cengage, Virgin Atlantic และ Weekend มีกำหนดการที่จะเปิดตัวการบูรณาการระบบเหล่านี้ภายในปีนี้
นอกจากนี้ ตัวอย่างเช่นบริการของ Priceline จะเปิดทางให้ลูกค้าสามารถเรียกดูตัวเลือกโรงแรมและทำการจองทริปได้โดยตรงผ่าน Alexa Plus ยิ่งไปกว่านั้น Priceline ยังเตรียมรองรับระบบการชำระเงินผ่าน Amazon Wallet เร็วๆ นี้ ร่วมกับ Atom Tickets, Cengage, Fandango และ Taskrabbit อีกด้วย
ที่มา: The Verge
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น