อุทัยทิพย์คืออะไร ทำไมสีแดง และทาปากทาแก้มอันตรายไหม
ไขข้อสงสัยส่วนผสม น้ำยาอุทัย หรือ อุทัยทิพย์ ทำมาจากอะไร พร้อมเปิดสรรพคุณทางยาและข้อควรระวังในการใช้งาน

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- น้ำยาอุทัยสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติกว่าสิบชนิด โดยมีแก่นฝางเป็นส่วนประกอบหลัก
- สีแดงสดเกิดจากสีธรรมชาติของแก่นฝาง ไม่ใช่สีผสมอาหารสังเคราะห์
- มีสรรพคุณเด่นในการแก้ร้อนใน กระหายน้ำ และบำรุงโลหิต
- สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานตามคำเตือนในเอกสารกำกับยา
น้ำยาอุทัยหรือที่รู้จักกันในชื่ออุทัยทิพย์ เป็นตำรับยาสมุนไพรไทยโบราณที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน โดยข้อมูลจากเอกสารกำกับยาและตำรับยาสมุนไพรไทยระบุว่า น้ำยานี้เกิดจากการนำสมุนไพรธรรมชาติหลากหลายชนิดมาสกัดรวมกัน จนได้เป็นยาสามัญประจำบ้านที่มีกลิ่นหอมและมีสรรพคุณทางยาหลากหลายประการ
สำหรับส่วนประกอบหลักที่สำคัญในตำรับยานี้ประกอบด้วยแก่นฝางซึ่งให้สีแดง ดอกบุนนาคช่วยลดไข้ ขับลม บำรุงโลหิตและบำรุงหัวใจ หญ้าฝรั่นช่วยลดไข้ บำรุงเลือด และเป็นยาชูกำลัง รวมถึงดอกสารภีที่ช่วยให้เจริญอาหาร นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอื่นๆ อีกหลายชนิด เช่น แก่นลักจั่น, แก่นจันทน์เทศ, ดอกงิ้ว, ดอกมะลิ, ดอกคำฝอย, ดอกเก๊กฮวย, ใบเตยหอม และดอกสายน้ำผึ้ง ที่ช่วยเพิ่มสรรพคุณและแต่งกลิ่นให้หอมชื่นใจ
หลายคนมักสงสัยว่าสีแดงสดของน้ำยาอุทัยมาจากไหน ข้อเท็จจริงคือสีดังกล่าวไม่ได้มาจากสีผสมอาหารสังเคราะห์ แต่มาจากสีธรรมชาติของแก่นฝาง ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น เมื่อนำแก่นฝางมาต้มหรือสกัดกับน้ำจะได้น้ำสีแดงอมส้มถึงแดงเข้ม และตัวแก่นฝางเองก็มีสรรพคุณทางการแพทย์แผนไทยในการบำรุงโลหิตอยู่แล้วด้วย

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
ในอดีตประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้น ตำรับยาไทยหลายชนิดจึงถูกออกแบบมาตามหลักธาตุเจ้าประจํา เพื่อช่วยปรับสมดุลความร้อนภายในร่างกาย การใช้วิธีหยดน้ำยาอุทัยลงในน้ำดื่มจึงทำหน้าที่เสมือนเครื่องดื่มสมุนไพรคลายร้อน สะท้อนภูมิปัญญาการนำพืชพรรณใกล้ตัวมาใช้ดูแลสุขภาพให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ
ในด้านสรรพคุณและการใช้งาน น้ำยาอุทัยถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเป็นยาปรับสมดุลธาตุในร่างกาย โดยมีสรรพคุณหลักดังนี้:
- แก้ร้อนในและกระหายน้ำ ช่วยดับพิษร้อนในร่างกายจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว
- บำรุงโลหิตและหัวใจ จากฤทธิ์ของหญ้าฝรั่นและดอกบุนนาคที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
- บรรเทาอาการอ่อนเพลีย ช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้น
นอกจากนี้ พฤติกรรมยอดฮิตของวัยรุ่นไทยในยุคหนึ่งคือการนำน้ำยาอุทัยมาทาปากหรือทาแก้มเพื่อให้เกิดสีสันแดงระเรื่อ เนื่องด้วยตัวยาทำจากสมุนไพรธรรมชาติและเป็นยาสำหรับรับประทาน การนำมาสัมผัสผิวหนังหรือริมฝีปากจึงไม่มีอันตรายจากสารเคมีรุนแรง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายมาก อาจต้องระวังอาการระคายเคืองจากส่วนผสมของสมุนไพรบางชนิดหรือแอลกอฮอล์ที่เป็นตัวทำละลายในบางตำรับ
แม้จะเป็นยาสมุนไพรที่ปลอดภัย แต่ตามฉลากยาและเอกสารกำกับยาของน้ำยาอุทัยบางยี่ห้อมีข้อควรระวังสำคัญคือ ห้ามรับประทานในสตรีมีครรภ์ เนื่องจากสมุนไพรบางชนิดในตำรับมีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสตรีมีครรภ์ได้
ที่มา: Thairath Lifestyle
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น