ข้ามไปเนื้อหาหลัก

สหรัฐฯและญี่ปุ่นผนึกกำลังแทรกแซงค่าเงินเยนครั้งประวัติศาสตร์

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และทางการญี่ปุ่นออกมายืนยันการเข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราร่วมกันเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าของเงินเยนที่ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี

เรียบเรียงโดย AI
Inewgen
03 Aug 2026ที่มา: BBC Business3 นาทีอ่าน (0 ครั้ง)
แชร์
สหรัฐฯและญี่ปุ่นผนึกกำลังแทรกแซงค่าเงินเยนครั้งประวัติศาสตร์

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

ขนาดตัวอักษร
  • สหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมมือกันแทรกแซงค่าเงินเยนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011
  • การตัดสินใจเกิดขึ้นหลังเงินเยนดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีเมื่อเดือนก่อน
  • รมว.คลังสหรัฐฯ Scott Bessent เผยบันทึกช่วยจำระบุแผนซื้อเงินเยน 5,000 ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

กระทรวงการคลังของประเทศญี่ปุ่นและนาย Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ทั้งสองประเทศได้ดำเนินมาตรการร่วมกันเพื่อหยุดยั้งการร่วงหล่นของค่าเงินเยน หลังจากที่สกุลเงินดังกล่าวอ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี นับเป็นปฏิบัติการร่วมกันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งในครั้งนั้นเคยเกิดขึ้นเพื่อพยุงค่าเงินเยนให้อ่อนตัวลงหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในภาคตะวันออกของญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายยังได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการร่วมลักษณะนี้อีกในอนาคตเพื่อปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลก

สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเยนอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์ มาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่อยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับชาติเศรษฐกิจใหญ่อื่นๆ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นเพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาอยู่ที่ระดับ 1% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 1995 ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด อยู่ในช่วง 3.50% ถึง 3.75% ส่งผลให้เงินเยนไม่ดึงดูดใจต่อนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับความท้าทายอื่นๆ เช่น ประชากรวัยทำงานที่ลดลงต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ผลผลิตแรงงานที่อยู่ในระดับต่ำ และการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานที่ต้องชำระเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลัก

Bank of Japan building Tokyo

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง

1%อัตราดอกเบี้ยสูงสุดตั้งแต่ปี 1995 ของญี่ปุ่น
157.07อัตราแลกเปลี่ยนเยนต่อดอลลาร์หลังการแทรกแซง

ชิเกโตะ นางาอิ หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจญี่ปุ่นจาก Oxford Economics ให้ความเห็นกับสำนักข่าว BBC ว่า สหรัฐฯ ตัดสินใจเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้เพราะมองว่าเป็นประโยชน์ต่อผลประโยชน์แห่งชาติ โดยได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าภายใต้ต้นทุนที่ต่ำ และคาดว่าทั้งสองประเทศอาจจะทยอยเข้าแทรกแซงเป็นระยะๆ ต่อเนื่องไปอีกสักระยะ แม้ว่าเม็ดเงินจริงในการแทรกแซงอาจจะไม่สูงมากนัก แต่การสร้างความตื่นตัวและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจะช่วยปราบปรามกลุ่มเก็งกำไรในตลาดได้เป็นอย่างดี ทางด้าน Scott Bessent ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่าปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศร่วมกันครั้งนี้ช่วยต้านทานความผันผวนของค่าเงินเยนที่ไร้ระเบียบได้

ไม่อยากพลาดข่าวใหม่?

สมัครรับสรุปข่าวสารใหม่ทางอีเมล ไม่บ่อยจนรำคาญ

โฆษณา

"สหรัฐอเมริกาตกลงเข้าร่วมในการแทรกแซงแบบประสานงานกัน เพราะมันตอบสนองต่อผลประโยชน์แห่งชาติด้วยการเสนอโอกาสที่จะได้รับประโยชน์อย่างมากในต้นทุนที่ต่ำ"

Shigeto Nagai, Oxford Economics

การเข้าแทรกแซงค่าเงินร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมากในทางเศรษฐศาสตร์มหภาค เนื่องจากปกติแล้วธนาคารกลางแต่ละประเทศมักดำเนินนโยบายการเงินโดยอิสระ การที่สหรัฐฯ ยอมเข้ามาช่วยเหลือญี่ปุ่นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความผันผวนของค่าเงินเยนและพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอาจเริ่มส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อต้นทุนการกู้ยืมและเศรษฐกิจในภาพรวมของสหรัฐฯ เองด้วย การจับมือกันจึงเป็นเครื่องมือจิตวิทยาชิ้นสำคัญในการส่งสัญญาณเตือนนักลงทุนเก็งกำไรทั่วโลก

ข้อมูลจากธนาคารกลางญี่ปุ่นบ่งชี้ว่า โตเกียวอาจระบายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ออกไปเกือบ 59,000 ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อเงินเยนกลับเข้าคลังเมื่อครั้งเข้าแทรกแซงตลาดนิวยอร์กในวันพฤหัสบดี ก่อนที่จะมีปฏิบัติการร่วมกับวอชิงตันในวันศุกร์ แม้ว่าทางการสหรัฐฯ จะไม่ได้ยืนยันตัวเลขวงเงินที่ชัดเจน แต่ภาพถ่ายจากสำนักข่าว Reuters ที่บันทึกภาพสมุดบันทึกบนโต๊ะทำงานของ Bessent ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันศุกร์ ปรากฏข้อความว่า "To Do: Buy Japanese Yen $5-10 bil" หรือภารกิจซื้อเงินเยน 5,000 ถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

ที่มา: BBC Business

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น
0/2000

พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้