ปชป. แฉมีไอ้โม่งเล็งล็อกสเปกแพลตฟอร์ม SME พร้อมจ่อเรียก สสว. แจงปมขู่เจ้าหน้าที่
พรรคประชาธิปัตย์ออกมาตีแผ่ความผิดปกติในการคัดเลือกผู้พัฒนาแพลตฟอร์มช่วยเหลือ SME ของ สสว. หลังพบข้อเสนอของมหาวิทยาลัยศิลปากรถูกปัดตกอย่างน่าสงสัย พร้อมจ่อใช้กลไกสภาตรวจสอบ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
- ปชป. ชี้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบแพลตฟอร์มต่างชาติ ทั้งค่า GP สูงและการสูญเสียข้อมูล
- พบข้อเสนอแพลตฟอร์มของ ม.ศิลปากร ถูกปัดตกด้วยหลักเกณฑ์หยุมหยิมคล้ายล็อกสเปก
- เกิดเหตุบุคคลภายนอกแทรกเจรจาและข่มขู่เจ้าหน้าที่ ม.ศิลปากร จนต้องแจ้งความ
- พรรคเตรียมนำเรื่องเข้า กมธ. เพื่อเรียก สสว. ชี้แจงความโปร่งใสและงบประมาณแผ่นดิน
นายกรณ์ และนางการดี จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงความไม่ชอบมาพากลในโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดเล็กและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) โดยระบุว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับความเสียเปรียบอย่างหนักจากการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ ทั้งในแง่ของค่าธรรมเนียมหรือค่า GP ที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียข้อมูลการค้าสำคัญให้แก่ทุนต่างชาติ
แม้พรรคจะสนับสนุนการใช้งบประมาณภาครัฐในการสร้างแพลตฟอร์มสัญชาติไทยขึ้นมาเอง แต่กระบวนการคัดเลือกผู้ดำเนินโครงการของ สสว. กลับเต็มไปด้วยข้อสงสัยและขาดความโปร่งใส โดยเฉพาะกรณีของมหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐที่ได้ยื่นข้อเสนอโครงการเข้ามา แต่กลับถูกตีตกด้วยหลักเกณฑ์ที่หยุมหยิมและไม่สมเหตุสมผล ซึ่งอาจนำไปสู่การล็อกสเปกให้แก่ผู้รับเหมากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

ภาพประกอบจากคลังภาพสต็อก ไม่ใช่ภาพจากเหตุการณ์จริง
การผลักดันแพลตฟอร์มภาครัฐเพื่อช่วยเหลือ SME ถือเป็นวาระสำคัญในการลดการผูกขาดของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและอีคอมเมิร์ซข้ามชาติ อย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการคัดเลือกสถาบันวิชาการหรือเอกชนเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้งบประมาณภาษีของประชาชนถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด โดยไม่ตกเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อน
นอกจากประเด็นเรื่องการปัดตกข้อเสนอแล้ว ยังพบพฤติการณ์ที่น่าวิตกอย่างยิ่ง นั่นคือการมีบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ สสว. เข้ามาใช้อำนาจเจรจาเงื่อนไขกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และเมื่อทางมหาวิทยาลัยศิลปากรได้ยื่นอุทธรณ์ตามระเบียบขั้นตอนปกติ ก็กลับเผชิญเหตุการณ์คุกคามและข่มขู่เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เพื่อบีบให้ยอมถอนเรื่องอุทธรณ์ จนถึงขั้นต้องเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สมควรเกิดขึ้นอย่างยิ่งระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันเอง
พรรคฯมองว่าเรื่องนี้มีคำถามที่ต้องการคำตอบ เพราะงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมาจากภาษีประชาชนนับวันยิ่งมีจำกัด การใช้วงเงินงบประมาณจึงต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดจากการทุจริตคอร์รัปชั่น เราจะใช้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัตินำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ
นายกรณ์
ทางด้านนางการดี ได้แสดงความเห็นเสริมในฐานะอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย โดยกล่าวว่ารู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมากที่สถาบันการศึกษา ซึ่งควรทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการฟูมฟักคนดีและคนสุจริต กลับต้องตกเป็นเป้าหมายของการแทรกแซงจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่มอย่างหนักหน่วง ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันในอุดมการณ์การเมืองสุจริต และพร้อมใช้กลไกของคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอย่างถึงที่สุดในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนผู้เสียภาษี
ที่มา: Matichon Politics
พบข้อมูลผิดพลาดในบทความนี้? แจ้งปัญหาบทความนี้
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น